Brompton มากรุงเทพฯ แล้วนะ

     เมื่อสามสี่ปีก่อน ได้มีโอกาสเห็นรถจักรยานพับภายใต้ชื่อ Brompton เป็นครั้งแรกในกิจกรรม "...

     เมื่อสามสี่ปีก่อน ได้มีโอกาสเห็นรถจักรยานพับภายใต้ชื่อ Brompton เป็นครั้งแรกในกิจกรรม "รวมพล คนรักรถพับ" ที่สวนลุมฯ ครั้งนั้นมีรถจักรยานที่พร้อมใจกันมารวมพลอวดเฟรมงามๆ กันมากมาย และ Brompton สีแดงที่มีการโชว์ลีลาการพับได้ของมันก็ตราตรึงอยู่ในใจ
     แม้ว่าการพบกันครั้งแรกยังดูห่างเหิน และไม่ได้สัมผัสอะไรกันมาก แต่ชื่อเสียงของจักรยานพับได้ยี่ห้อนี้มีมานานกว่า 14 ปี เป็นที่ชื่นชอบของนักปั่นที่ชอบรถขนาดเล็ก และความสะดวกสบายในการใช้ที่ประเทศอังกฤษ

     ในปี 2012 นี้  กรุงเทพฯ ได้มีโอกาสต้อนรับ จักรยาน Brompton อย่างเป็นทางการที่ร้าน One Fine Day Bicycle Shop ของสองหนุ่มสาวผู้ชื่นชอบรถจักรยาน อาภาพรรณ ชัชวาลวรรณ (บัว) และ กฤษณ์ ชวนะภูธร (กิต)

     วันหนึ่งขณะที่ล้อจักรยานพับที่ใช้เป็นประจำของพวกเขากำลังหมุน

     "ปรกติใช้รถพับแต่มันเป็นมินิไซด์เล็กล้อเล็กๆ ซึ่งพับได้ ไม่ลำบากมาก พอได้ใช้แล้วมันรู้สึกคุ้ม ได้ปั่นจักรยานไปไหนมาไหน ด้วยการเอาจักรยานใส่รถเก๋งไป ปรากฏว่าใช้รถพับเยอะกว่าใช้เสือภูเขา เสือหมอบอะไรพวกนั้นอีก พับเสร็จเอาเข้าบ้าน พับเสร็จเอาขึ้นรถมันง่ายๆ และสะดวกดี

อาภาพรรณ ชัชวาลวรรณ (บัว)
     ทีนี้ วันหนึ่งพี่กิต (สามี) เขาไปเห็นจักรยาน Brompton เขาว่ามันแปลกดี น่ารัก ก็คุยกันว่าสนใจไหม  ลองดูไหม พอลองหาข้อมูลดูปรากฏว่า ในบ้านเรายังไม่มีตัวแทนจึงอีเมล์ไปคุยที่อังกฤษว่า เราอยู่เมืองไทย ที่นี่ยังไม่มีตัวแทน แล้วเราสนใจที่จะเป็นตัวแทนขาย ซึ่งบัวพอมีประสบการณ์ ที่คลุกคลีอยู่กับวงการจักรยานมาพอสมควร"

     ด้วยพื้นฐานเดิมของครอบครัว ที่ทำธุรกิจค้าขายจักรยาน ทำให้เธอได้คุ้นเคยกับจักรยานหลากหลายสายพันธุ์

     "คุณพ่อเปิดร้านจักรยานอยู่ที่ภาคใต้ ร้านมีแสงเซาร์เทรินไบค์ สุไหงโก-ลก ตอนเรียนจบก็มีโอกาสได้ช่วยขายทางออนไลน์บ้าง เพราะว่าพ่อเขาไม่ถนัดเรื่องอินเตอร์เน็ต ก็ช่วยได้นิดๆ หน่อยๆ
     คือในวงการจักรยานเสือหมอบ เสือภูเขา  เขาเล่นเรื่องราคากันค่อนข้างเยอะ เวลาซื้อขายกัน มันค่อนข้างที่จะเหนื่อย แล้วเราเป็นผู้หญิงเทคนิคต่างๆ การซ่อมอะไรพวกนั้น  เราไม่ชำนาญ 
     บัวอีเมล์คุยกับ  Brompton ที่อังกฤษก็เล่าให้เขาฟังเรื่องการทำธุรกิจร้านค้าที่เราคุ้นเคย เขาตอบกลับมาว่า ตอนนี้ที่เมืองไทยมีดีสทีบริวเตอร์แล้วเป็นคนสิงคโปร์ ซึ่งเป็นดีสทรีบริวเตอร์ของโซนเอเซีย ถ้าเกิดสนใจที่จะเป็นตัวแทนจำหน่าย เขาจะให้คนสิงคโปร์ติดต่อมาหาเรา แล้วสักพักก็ติดต่อมาได้พูดคุยกัน ใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือนจนลงตัวเปิดร้านขึ้นมา"

     เกือบปีแล้วที่เธอเริ่มใช้ Brompton น้ำเสียงของเธอที่บอกเล่า และแววตาที่มองจักรยานเป็นระยะๆ บ่งบอกได้ถึงความชื่นชอบ หลงไหลรถพับชื่อดังเข้าแล้ว

     "ไม่เคยรู้จัก Brompton มาก่อนเลย ตอนแรกดูในคลิปรู้สึกว่ามันพับง่าย ครั้งแรกที่ลองพับก็เอ๊ะ..มันไม่ง่าย ลองพับอยู่สองอาทิตย์ก็เอ้อ..เริ่มง่ายล่ะ คงเพราะเริ่มเคยชิน ทีนี้เริ่มคุ้นพับตรงนี้ลง ตรงนั้นลง แรกๆ คงเพราะเราไม่กล้าที่จะพับมันก็เลยรู้สึกยาก  ซึ่งจริงๆ แล้วมันไม่ยาก
     ส่วนเรื่องขี่ ขี่ดีมาก ขี่สนุก ขี่เที่ยวชิว ชิวไปเรื่อยๆ มันแน่นดี ตัวจักรยานมันไม่ค่อยคล่อนมาก ให้ความรู้สึกเหมือนปั่นเสือหมอบ เสือภูเขาแบบนั้นเลย คือเวลาปั่นรู้สึกได้ว่าเราตัวใหญ่ ไม่ได้รู้สึกเลยว่าเราปั่นรถพับเล็กๆ อยู่"


     Brompton จักรยานชื่อดังของอังกฤษ ข้ามทะเล ข้ามมหาสมุทร มาสู่กรุงเทพฯ ชื่อเสียงที่สร้างสมมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1998 ย่อมไม่ธรรมดา สำหรับรถพับชื่อดัง

     "Brompton มีความหลากหลายของแฮนด์ให้เราเลือกตามความถนัดด้วย มีแบบตัว M โดยส่วนตัวบัวชอบแบบนี้ คือปั่นแล้วมันดูสง่า ดูสวยปั่นแล้วเราดูตัวตรง ถ้าเวลาเราใส่สูตร มันจะไม่ยับเพราะตัวเราตรงสบายๆ
     แบบแฮนด์ตรงเรียกว่าตัว S ซึ่งเวลาปั่นมันออกแนวเสือภูเขา คือก้มลงมานิดหนึ่ง มันจะพุ่งมากกว่า ปั่นให้ความรู้ได้ออกกำลังกาย เวลาเข้ากลุ่มกับเพื่อนที่ปั่นเที่ยว แฮนด์ตัว S นี้ค่อนข้างปั่นได้เร็วตามทัน ทำความเร็วได้ไม่แพ้ตัวอื่น 
     แฮนด์ตัว P มันสามารถก้มได้เยอะกว่าตัว S  และตรงได้ด้วยแบบพักเปลี่ยนท่าเปลี่ยนทางได้ สำหรับทัวร์ริ่ง และปีนี้ 2012 เป็นปีแรกที่จะออกแบบใหม่ขึ้น แบบตัว H คอจะเหมือนตัว M เลย แต่มันจะสูงขึ้นยาวขึ้น สำหรับคนที่มีความสูง 180 เซนติเมตรขึ้น จะทำให้ปั่นได้สบายขึ้น"

     คุณกิต แฟนหนุ่มได้ช่วยเสริมในช่วงนี้ว่า

     "ผมสูง 183 เซนติเมตร จริงๆ พอขี่แล้ว ก็รู้สึกว่าไม่ค่อยเล็กมาก คือมันดูว่ารถพับนี่เล็กแต่ว่าขี่ได้สบายมากครับปกติเลย ซึ่งแฮนด์ที่มีให้เราเลือกได้นี่ตามลักษณะของความสูงด้วย  ผมไม่ได้รู้สึกเก้ๆ กังๆ กับตัวรถจักรยานเลย 
     คือขี่ Brompton เนี่ยมันสนุกที่ได้ปั่นไปด้วยกัน  มันทิ้งกันได้ไม่ค่อยมาก ไม่เหมือนสือภูเขา หรือเสือหมอบ  ขี่ไปคุยกันไป"

     อีกมิติหนึ่งของ Brompton จักรยานพับ 'ที่มีเกียร์'

     "Brompton มันมีตั้งแต่ ไม่มีเกียร์ จนถึง หกเกียร์ เท่าที่ไปลองมาแล้วทั้งหมด บัวมองว่า คนไทยน่าจะเหมาะแค่สองเกียร์ กับหกเกียร์ สองเกียร์นี่ปั่นง่ายๆ สำหรับคนที่ยังไม่เคยเล่นจักรยานมาก่อนใช้เกียร์ไม่เป็น มันจะง่ายๆ แค่ขึ้นลง ขึ้นลง หนักเบา แล้วก็ปั่นไปเรื่อยๆ ไม่มีความซับซ้อน ถ้าจะขึ้นสะพานก็ปรับให้เบา แล้วก็ปั่นขึ้น  ถ้ามีแรงหน่อยก็ปรับให้หนักเพื่อให้ได้เหงื่อแค่นั้น ข้อดีของสองเกียร์คือเบา  เพราะเกียร์มันน้อยกว่า เวลายกตัวรถมันจะเบา คือมันมีข้อแตกต่างระหว่างสองเกียร์ ด้านหนึ่งจะเป็นคนใหม่เลย อีกด้านหนึ่งสำหรับคนที่ปั่นเก่งอยู่แล้ว แข็งแรง แล้วเปลี่ยนจานเป็นจานใหญ่ๆ ปั่นหนักๆ คล้ายๆ ฟิกซ์เกียร์แบบนั้น

     อีกแบบคือ หกเกียร์  อันนี้คนที่ปั่นเสือหมอบ  เสือภูเขามาแล้วจะชอบ มันปรับให้เร็วช้าได้ตามกำลังขาของเรา ตามแรงจังหวะขาของแต่ละคน  ซึ่งแม้ว่ามันจะหนัก แต่มันก็เข็นได้ พอยกได้น้ำหนักแค่ 10 กว่ากิโลเอง"

     Brompton ยังสร้างความพิเศษขึ้นไปอีกด้วยการสั่งสีที่จะบ่งบอกความเป็นตัวเรากับจักรยานคันโปรด
   
     "คือที่อังกฤษเขามีวิธีการสั่งซื้อที่สามารถสั่งสี แบบอะไรต่างๆ ได้แต่บัวมองว่า คนไทยยังไม่ค่อยชินกับการสั่งซื้อเท่าไหร่ เพราะการเมดบายออเดอร์นี่ต้องจ่ายเงินก่อนและรอนาน คนไทยใจร้อน แต่ว่าก็สามารถสั่งสีตามที่ลูกค้าต้องการได้เหมือนกับที่อังกฤษ สินค้าจะเป็นไปตามคิวที่ลูกค้าสั่ง ซึ่งอาจต้องรอประมาณ 3-4 เดือน คือการสั่งต้องไปเป็นไปตามคิวงานที่ทางเขาได้รับด้วย เพราะที่อังกฤษเองเขาก็มีออเดอร์ด้วยเหมือนกัน  ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจจะช้าไปอีก สำหรับที่ร้าน บัวเลือกแทนลูกค้ามาก่อน แต่ว่าถ้าลูกค้าต้องการสีอย่างที่ต้องการจริงๆ ก็สามารถสั่งได้

     ส่วนเรื่องอะหลั่ยต่างๆ เรามีไว้บริการสำหรับลูกค้า เราสั่งทั้ง Spare part ทั้ง Accessories มีที่เราทั้งหมดแต่ด้วยความที่เรายังใหม่   อาจจะยังไม่ครบ ซึ่งมันค่อนข้างเยอะมาก เราค่อยๆ นำเข้ามาเรื่อยๆ ช่วงนี้ตามสัดส่วนของลูกค้าที่เราบริการอยู่ 

     ถ้ามีลูกค้าที่ซื้อ Brompton ไว้ใช้เองก่อนที่เราจะเปิดร้าน เรายินดีต้อนรับหากจะมาใช้บริการ เพียงแต่ว่าเรายังใหม่อยู่ อาจจะจัดสัดส่วนตามความต้องการได้ยังไม่พอ แต่เราต้องจัดให้ลูกค้าเต็มที่อยู่แล้ว เพียงแต่เรายังไม่รู้ว่า มีคนใช้ Brompton อยู่มากน้อยแค่ไหน  ส่วนจักรยานเรามีให้ลูกค้าลองขี่ทั้ง 4 แบบ"


      ร้าน One Fine Day Bicycle Shop อาจจะยังมีกลิ่นสีที่ทาตกแต่งร้านอบอวลอยู่ แต่การพูดคุยแบบกันเองและมีสีสันของ Brompton ที่รายล้อมอยู่หลายคัน สร้างความเพลิดเพลินในบรรยากาศได้มากกว่า   

     แม้ว่าเขาทั้งคู่จะไม่ใช่มือใหม่หัดขายของ แต่ในความเป็นจริงของการทำธุรกิจที่ปฏิเสธไม่ได้เรื่องของ 'ตัวเลข'
     คุณบัวตอบคำถามพร้อมกับมอง Brompton คันงามของเธอว่า

     "ถ้าถามถึง ยอดขายอะไรพวกนั้น น่าจะไม่พุ่งขึ้นสูงมาก แต่ก็อาจจะค่อยๆ ขึ้นไป เพราะว่าราคาที่เข้ามาในบ้านเราถือว่าค่อนข้างสูง ถามว่ามีคนใช้ไหม เล่นไหม  คิดว่ามี คิดว่าค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป เราไม่ได้เร่งรีบอะไร  เพราะเราก็ใหม่เหมือนกัน เหมือนเริ่มเดินไปพร้อมๆ กับลูกค้า    
     บัวมองว่า เราชอบ แล้วก็มีคนชอบเหมือนเรา เราเสนอตัวในการที่จะเป็นคนดูแลรวบรวมกลุ่มคนรัก Brompton ให้มาอยู่ด้วยกัน
     อย่างในกรุงเทพฯ บัวก็เห็นนะค่ะว่า  คนเริ่มหันมาใช้จักรยานกันเยอะขึ้น มองว่าทิศทางของจักรยานเขาจะไปเน้นกันที่เสือหมอบ เสือภูเขาเยอะ รถพับนี่..นิดเดียว แต่รถพับมันน่าจะมาในอนาคตอันใกล้ ด้วยความที่มันไปไหนมาไหนได้สะดวก แล้วทุกวันนี้ก็ยังเห็นไม่มาก
     เมื่อก่อนรถพับมันไม่ค่อยสวย มันพับยุ่งยาก  เป็นเหล็ก หนักด้วย เลยทำให้ไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก แต่ถ้ามันมีรถที่พับง่ายขึ้น เบามากขึ้น คนก็น่าจะหันมาสนใจโดยเฉพาะผู้หญิง" (ยิ้ม)

     หลังจากที่เคยพบหน้ากันมาเมื่อหลายปีก่อน บ่ายคล้อยวันนั้น ได้มีโอกาสนั่งบนอานของรถพับชื่อดังนาม Brompton แม้ว่าจะได้ลองขี่ในระยะสั้นๆ สายลมเย็น ทำให้ใจนั้นเพลิดเพลินไปไกลกว่าที่จักรยานคันงามได้พาไป

     "ตอนที่บัวเริ่มใช้ Brompton ใหม่ๆ บัวลองเอาขึ้นรถไฟฟ้า เอาลงรถไฟใต้ดิน ลองเข็นเข้าไปกิน MK  เข็นเข้าไปด้วยความมั่นใจ บัวว่านี่มันเล็กกว่ารถเข็นเด็กอีกนะค่ะ (ยิ้ม) 
     ทีนี้เราเข้าใจว่าคนที่ใหม่ๆ มาเขาต้องการอะไรซึ่งต่อไปเราตั้งใจจะมีการจัดทริปด้วย บัวอยากให้ลองเข้ามาดู มาชม แบบกันเองๆ ง่ายๆ สบายๆ  มาลองขี่ดูนะคะ"

    











ปฏิกิริยา: 

Related

shop 3680437271814404244

Editor's Note

สวัสดีครับ.. ผู้รักจักรยานทุกท่าน
ขออนุญาตปรับหน้าตาของ Bikegazine.com เสียใหม่ เพื่อสามารถที่จะนำเสนอเนื้อหาต่างๆ เกี่ยวกับสิ่งที่น่าสนใจของ "จักรยาน" ได้อย่างหลากหลายยิ่งขึ้น โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะสามารถสร้างสาระอันเป็นประโยชน์ต่อผู้ติดตามทุกท่านได้ไม่มากก็น้อย
อย่างไรก็ตาม.. หากคุณเป็นอีกคนที่สนใจเผยแพร่สาระข่าวสารเกี่ยวกับจักรยานและอื่นๆ สามารถส่งข้อมูลดังกล่าวนั้นมายังเราได้ที่ www.facebook.com/bikegazine หรือตามแบบฟอร์ม Contact ที่ด้านล่างของเวบไซต์นี้
ขอบคุณมากครับ

Popular

Interesting

item