Top Ad unit 728 × 90

Update

recent

กัลบก นักปั่น (ภาค ๑) The Bikers Barber 1


อดีตของชายผู้รักกีฬา กับประสบการณ์สร้างฝันร้าย จนเกือบจะทำให้เข่าพิการและไม่อาจเดินได้ ความเครียดเข้าครอบงำ อาชีพช่างตัดผมเพียงอย่างเดียวที่มีอาจจะเผชิญอุปสรรค แต่แล้ว.. จักรยานกลับกลายเป็นสิ่งที่ทำให้เขาคนนี้ กลายเป็นหนึ่งในนักปั่นจักรยานผู้ชักนำนักปั่นมากมาย สู่เส้นทางท่องเที่ยวและการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพได้อย่างน่าอัศจรรย์

กดที่ภาพ..เพื่อชมภาพขนาดใหญ่
    จากวัยเด็กที่สุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง ด้วยเหตุพกโรคภูมิแพ้ติดตัวมา ทำให้ แซม 'สิริพงศ์ รวยดีเลิศ' สร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเองด้วยการเล่นกีฬา
  "ชอบกีฬาเล่นทุกอย่าง วิ่ง ฟุตบอลแต่เป็นลูกมะพร้าวนะ (หัวเราะ) จักรยานขี่ได้ตั้งแต่เด็กๆ แต่แบบฉาบฉวย ขี่เล็กๆน้อยๆ ตามคันนาที่บ้าน รถแม่บ้านนี่แหละครับ"

    เมื่อวงจรชีวิตหมุนวน นักเตะลูกมะพร้าวชาวโคราช ได้มาพบลูกหนังที่เป็นลูกบอลจริงๆ สนามระดับการแข่งขัน พร้อมเพื่อนร่วมทีมฝีเท้าระดับนักแข่ง
    "ผมเข้ามาทำงานที่กรุงเทพฯ มาเจอเขาเล่นฟุตบอลกันก็ชอบ แบบค่อนข้างบ้ามากเลย เล่นถึงขั้นขยับไปเล่นชิงถ้วยได้กับเขาเหมือนกัน ถ้วย ก. ถ้วย ข. อะไรแบบนั้นแล้วมันดีกับโรคภูมิแพ้ที่เราเป็น
ตอนหลังมาเล่นทุกอย่าง แบดก็ตี  ปิงปองนี่ชอบมาก  เล่นจนเกิดอาการเข่าเจ็บ  ซึ่งมันสะสมจากเล่นบอล ทีนี้ผมเป็นภูมิแพ้ไม่อยากหยุดเล่นกีฬา ก็เล่นต่อไปเรื่อยๆ "

ในที่สุด กีฬาสุดท้ายที่ทำให้ชีวิตเขาเปลี่ยนไป ชนิดที่เกือบพลิกพลันไปทั้งชีวิต
    "วิ่งมาราธอน คือผมไปเห็นเขาวิ่งกัน เพื่อนๆ ชวนลองไปวิ่งดู ชอบอีก แล้วไปวิ่งกับเขา ทีนี้ไปได้ยินเขาคุยกันมาในกลุ่มว่า ถ้าเราเจ็บเข่า แล้ววิ่งไปเรื่อยๆ มันจะหายได้ ตอนนั้นไม่รู้นะ ผมก็เชื่อ ยังวิ่งไปเรื่อยๆ เพื่อนชวนลงสนามแข่งก็ไป
พอลงสนามมันเกิดความอยากชนะ ก็เต็มที่วิ่งจนท้ายที่สุด เข่าที่แย่มากอยู่แล้ว มันบวมขึ้นมาทั้งสองข้างบวมและปวดมาก"

สามสิบกว่าปีในอาชีพ "กัลบก" ที่ใช้สองขาเดินตกแต่งทรงผมให้ลูกค้า 'ลุงหนวด'  ฉายาที่รู้จักกันไปทั่วทั้งซอยว่า กรรไกรที่ตัดแต่งทรงนั้นเนี้ยบขนาดไหน

    "ผมไปหาหมอ เขาเอาเข็มเจาะดูดน้ำรักษาอาการอักเสบ รักษามาเป็นระยะๆ พอบวมก็ไปหาหมอเจาะน้ำกันทีหนึ่ง หมอบอกว่า คุณต้องเลิกเล่นกีฬานะ เพราะการกระแทกมันทำให้เข่าเสีย แต่ผมก็ยังไม่เลิกเล่น ผมยังพันหัวเข่าแล้วลงไปเล่น
    ผมเปลี่ยนจากวิ่งมาตีปิงปอง คิดว่ามันเบาลงหน่อย แต่จริงๆ มันไม่ได้เบานะ เพราะยังต้องวิ่งไปวิ่งมา ในที่สุดหมอบอกว่า คุณต้องหยุดเล่นกีฬา หรือไม่ก็ต้องผ่าเปลี่ยนหมอนรองกระดูกที่หัวเข่าทั้งสองข้าง
    ตอนนั้นมันแทบจะยืน จะเดินไม่ได้ล่ะ ต้องหาที่เกาะ เรื่องขึ้นบันไดนี่ไม่ต้องพูดเลย ถึงกับไปดูรถนั่งรถเข็นแล้ว เพื่อทำงานเพราะผมทำอาชีพตัดผม แต่ยังหาที่ถูกใจไม่เจอ คืออยากให้มันเหมาะกับเรากับงาน คิดว่าคงต้องไปสั่งทำแบบพิเศษ"

    ช่วงระหว่างปี 2549-2550 ที่ทุกข์ระทมกับการเจ็บป่วย หลังจากเตรียมการณ์เรื่องสั่งทำรถเข็นเรียบร้อย ทำใจในระดับหนึ่งกับโชคชะตา

แต่แล้ว..ความบังเอิญ ที่ไม่มีในโลกนี้ได้ปรากฏขึ้นกับลุงหนวด
    "วันหนึ่งผมอยากกินก๋วยเตี๋ยวมากเลย วันนั้นไม่มีใครอยู่บ้านผมมองไปเห็นจักรยานแม่บ้านคันเก่าๆ ซึ่งแฟนผมใช้ขี่ไปซื้อกับข้าว ผมจับรถออกมาจะขี่ไปกินก๋วยเตี๋ยว คือมันเดินไม่ไหว แต่ปั่นจักรยานมันพอไปได้
    ผมปั่นไปยังไม่ถึงร้านก๋วยเตี๋ยวยางมันรั่ว (หัวเราะ) พอยางแบนทำอะไรไม่ได้เลย ด้วยความโชคดีไปรั่วหน้าบ้านอาจารย์นิยม อิ่มอุดม ผมไม่รู้จักอาจารย์หรอกมาตอนหลังถึงรู้ว่า  อาจารย์เป็นนักปั่นจักรยาน แล้ววันนั้นแกอยู่บ้านพอดี แกเดินออกมาถามจักรยานเป็นอะไร ผมบอก  ยางรั่วครับ..
    อาจารย์กรุณาปะยางให้ เสร็จอาจารย์มองสภาพผมแล้วถามว่า หัวเข่าเป็นอะไร ผมเล่าให้ฟัง อาจารย์บอกว่า เพื่อนเขาเป็นแบบนี้ พอมาปั่นจักรยานมันหาย ลองดูสิ... ตอนนั้นในใจผมคิดว่า  มันจะหายได้ไง
    ทีนี้ระหว่างรอผ่าตัด หมอบอกว่า ถ้าผ่าคุณต้องหยุดงานข้างละเป็นปี แล้วไม่ได้รับประกันว่าจะหายร้อยเปอร์เซ็น ผมคิดหนักเลยเครียดมาก หลังจากเจออาจารย์นิยม ผมนั่งคิด เออ..มันไม่มีอะไรจะเสียแล้วนะลองดูสิ เพราะใครแนะนำยาอะไรมาผมกินหมด  กินยาแก้ปวดจนหน้าบวม  จนหมอต้องลดขนาดยาลง"

ล้อหมุนวันแรก
    "ผมลองปั่นวันแรกตั้งใจกะ 5 กิโลเลย แทบตาย (หัวเราะ) เพราะน้ำหนักตัวเยอะ มันเป็นรถจักรยานแม่บ้านเหนื่อยมากๆ แต่สู้ ปั่นไปเรื่อยๆ ผมเอาจักรยานไปให้อาจารย์ช่วยเช็คช่วยดูสภาพให้  อาจารย์ก็ทำให้ ขี่ไป ขี่มา ก็เอ๊ะ..5 กิโลปั่นได้ ลองเพิ่ม 10 กิโล 15 กิโล  เริ่มดีไม่ค่อยเหนื่อย ผมชอบออกกำลังกายอยู่แล้ว ปั่นไปเรื่อยๆ  ประมาณสัก 3-4 เดิือนรู้สึกได้ว่า กล้ามเนื้อมันแข็งแรงขึ้น มันช่วยพยุงเข่าเวลายืน เริ่มยืนตัดผมได้ คือไม่รู้สึกจะล้มเหมือนเคย
    ผมคิดว่าน่าจะมาถูกทาง มีคนบอกให้ไปหาจักรยานมือสองมา ก็ไปยังไม่รู้จักเสือภูเขาอะไรทั้งนั้น  พอได้รถมาปั่นออกไปขึ้นวงแหวนกาญจนาภิเษก ตอนนั้นยังไม่มีรถยนต์วิ่ง ปั่นขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำ ปั่นข้ามไปปั่นข้ามมา ประมาณ 6 เดือนกลายเป็นว่าเข่าหายบวม ไม่ต้องผ่าตัด"

จักรยานคือ สิ่งมหัศจรรย์ที่ 'กัลบกหนุ่ม' ได้พบ  พร้อมๆ กับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปอีกครั้งแบบที่ใครๆ พูดกับเขาว่า "โชคดีจริงๆ"
    "ทุกเช้าผมออกไปขี่กับอาจารย์นิยม ผมเกิดความชื่นชอบ เพราะแกไม่ขี่บนถนนแต่ไปตามซอกซอยตามสะพานปูน ตามคลอง มันได้เห็นอะไรมากมาย
    จนกระทั่งสองปีผ่านไป ผมกลับมาเดินได้ตามปรกติไม่ปวดเข่าอีกเลย สิ่งที่ได้ตามมาคือ หายจากภูมิแพ้ด้วย เมื่อก่อนผมเป็นหวัดปีละสองสามครั้ง   แล้วแต่ละครั้งถึงกับเข้าโรงพยาบาล พอผมปั่นจักรยาน ปีหนึ่งๆ ผมไม่เป็นหวัดเลย มีบ้างเล็กๆน้อยๆ  แต่พอออกกำลังกายก็ดีขึ้น
    ผมเป็นช่างตัดผม  คนที่รู้จักและเห็น หลายคนงงว่าผมกลับมาเดินได้อย่างไง  ลูกค้าหนึ่งถาม เฮ้ยช่างไปทำอะไรมา ผมบอกนี่ไง..ทุกเช้าผมปั่นจักรยาน ผมเล่าเรื่องให้เขาฟัง ปรากฏว่าผมสามารถพาให้คนมาปั่นจักรยานหลายคน มีเพื่อนลูกค้าเป็นเบาหวานเดี๋ยวนี้ดีขึ้น คนที่เป็นหืดหอบดีขึ้นไม่ต้องพ่นยาแล้ว ซึ่งผมเห็นเขาขี่สม่ำเสมอเห็นเขาทุกเช้า"

    กว่าสามสิบปีในฐานะพลเมืองจังหวัดสมุทรปราการ  กัลบกหนุ่ม  รู้จักเพียงแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดเพียง เมืองโบราณ  ฟาร์มจระเข้ พระสมุทรเจดีย์
    "ความจริงที่ปั่นจักรยาน ผมตั้งใจแค่อยากรักษาหัวเข่า พอปีที่สอง ปีที่สาม สิ่งได้มาจากกำไรในการปั่นจักรยานคือ การท่องเที่ยว ไม่เคยคิดเลยว่าสมุทรปราการมีอะไรแอบแฝงอยู่เยอะแยะมากมาย เพราะเวลาเราไปไหนเราก็ไปด้วยรถยนต์ พอมาปั่นจักรยานโอ้...มันมีสิ่งที่ซ่อนไว้อยู่เยอะเลย  มันไม่น่าเชื่อ
    จริงๆ แล้วสภาพบ้านเราหลายคนบ่นว่ามันขี่จักรยานลำบาก ผมก็ว่าจริงมันอันตรายมาก แต่ถ้าเกิดขี่สไตล์ผมกับอาจารย์นิยม มันมีความปลอดภัย มีความเพลิดเพลิน มีความสุข ปากน้ำ สมุทรปราการ  บ้านเรานี่ผมขี่มาหมดแล้ว  เอาว่าเส้นทางที่สามารถปั่นจักรยานเที่ยวได้ในสมุทรปราการ ผมว่าผมรู้ละเอียดนะใกล้บ้างไกลบ้างไปหมดทุกจุด"

    จักรยานเป็นสิ่งมหัศจรรย์
เมื่อเราขี่เป็นแล้ว ต่อให้เลิกขี่ไปนานหลายปี  แต่เมื่อขึ้นคร่อมบนรถ มันก็พาเราปลิวทะยานท่องไปในกาลเวลา กระนั้น มีสิ่งแฝงเร้นในความมหัศจรรย์ของสองล้อหมุน
    "จักรยานมันมีประโยชน์มาก มันมหัศจรรย์  แต่เราต้องศึกษาด้วย ตอนที่ซื้อเสือภูเขามาใหม่ๆ ผมปั่นไปคลองด่านครั้งแรก ประมาณ 33 กิโล  กลับมาอาทิตย์นั้นผมระบมแทบจะเลิกเลย คือผมใส่กางเกงธรรมดามันไม่เหมาะกับการปั่นทางไกล หลังจากนั้นมาก็เริ่มซื้อกางเกง ใส่ถุงมือ ใส่หมวก แรกๆ ก็ไม่ใส่นะ  
เรื่องจากตัวอย่างหัวเข่าของผมด้วย บางคนพอฟังผมปั๊บกลับไปบ้านจับจักรยานปั่นเลย พอตอนหลังเขามาบอกว่าเขาเดินไม่ค่อยได้ คือมันไม่ถูกหลัก จักรยานมันมีเรื่องเบาะ เรื่องโครงสร้างจักรยานที่ต้องเหมาะกับตัวเรา
    ตอนแรกๆ ที่ผมปั่นมันเริ่มปวดตรงนั้นตรงนี้  ผมหาข้อมูลศึกษาว่าเป็นเพราะอะไร มีคนบอกว่าจักรยานมันไม่เข้ากับรูปร่าง จักรยานบางประเภทมันไม่ใช่เอาไว้เพื่อปั่นออกกำลังกาย ตอนหลังผมจะพูดอะไรออกไปนี่ ผมคิดเลยว่าต้องบอกข้อมูลเขาบ้างว่า  จักรยานมันต้องลงทุนนิดหนึ่งนะครับ ต้องใช้รถจักรยานแบบนี้ๆ นะครับ หาข้อมูลถามไถ่ผู้รู้  ศึกษานิดหนึ่งก่อนที่จะซื้อ"


    ก่อนที่ล้อจะหมุนปั่นผ่านสายลมเย็น พาลุงหนวดกลับไปยังร้านเพื่อทำหน้าที่ประจำ
    "ผมพูดเสมอว่า ขี่จักรยาน ขี่ให้มีความสุข  อย่าไปขี่ให้มีความทุกข์ ขี่เพื่อสุขภาพและท่องเที่ยว ถ้าเพื่อสุขภาพก็ขี่ให้มันได้สุขภาพ ไม่ต้องอะไรมาก สิ่งที่ได้ตามมาคือการท่องเที่ยวตามจังหวะเวลา และโอกาสที่เหมาะ แล้วมันจะไม่ทุกข์"

กว่าห้าปีที่สะสมกำลังกล้ามเนื้อหัวเข่า และขา ให้กลับมาแข็งแรงดั่งเดิม ถึงวันนี้วงล้อยังคงอยู่หมุนทุกวัน เพื่อสุขภาพร่างกาย ทว่า..เป้าหมายล้อหมุนไกลออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน... "ลาวใต้"

    "คือเริ่มจากผมปั่นจักรยานออกต่างจังหวัดกับอาจารย์นิยมอยู่บ่อยๆ มันเป็นทางเลือกการท่องเที่ยวที่น่าหลงไหล น่าไปสัมผัส ถ้าผมมีจังหวะ มีเวลาผมก็ไปอยู่เนืองๆ  ทีีนี้มาคิดว่าอยากจะออกไปต่างประเทศบ้าง ไปที่ไหนดีมองภูมิประเทศ อาหารการกิน และภาษาน่าจะเป็นประเทศลาว  เบื้องต้นนะครับ
     จึงมาคุยกับอาจารย์นิยมว่า เราไปปั่นเที่ยวลาวกันดีไหม จริงๆ อาจารย์เคยชวนผมหลายครั้งแล้ว ทีนี้พออาจารย์บอกว่าเดี๋ยวผมจะเลิกแล้วนะ หมายความว่าเลิกปั่น  ด้วยสภาพร่างกายอะไรต่างๆ  แล้วอาจารย์แกอยากไปทำสวนทำอะไรมากกว่า แต่อาจารย์อยากให้ผมไปสืบทอดเจตนารมย์  คือการปั่นในลักษณะของสุขภาพและการท่องเที่ยวเอาไว้
     ผมคิดว่าจะไปสืบทอดแนวคิดของอาจารย์   ซึ่งผมเป็นคนชอบสังเกตุ และเพื่อเก็บข้อมูลด้วย ถ้ามีโอกาสก็จะได้พารุ่นหลังๆ ไปปั่นเที่ยวกัน"


ไม่กี่วันหลังจากที่คุยกัน ลุงหนวดกับชาวคณะอีก 4 ชีวิต ที่รวมอายุแล้วกว่าสามร้อยปี ได้พากันล้อหมุนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน... 'ลาวใต้'


กัลบก นักปั่น (ภาค ๑) The Bikers Barber 1 Reviewed by zangzaew on 07:00 Rating: 5
All Rights Reserved by Bikegazine.com © 2014 - 2015
Powered By Blogger, Designed by Sweetheme

แบบฟอร์มสำหรับติดต่อ

ชื่อ

อีเมล *

ข้อความ *

ขับเคลื่อนโดย Blogger.