Top Ad unit 728 × 90

Update

recent

❝ทิเบตสองขา..พาไปด้วยสองล้อ❞

"ทิเบตสองขา" หนังสือ ที่ชาวจักรยานผู้ต้องการเรียนรู้ประสบการณ์ควรอ่าน เป็นงานเขียนที่ถ่ายทอดจากประสบการณ์จริงของสองหนุ่มนักปั่น ที่ตัดสินใจตามหาความฝันด้วยแรงน่องของตัวเอง สู่เส้นทางภูเขาสูงดินแดนหลังคาโลกด้วยจักรยานสองล้อและสองขาปั่น..


กิตติพงษ์ กองแก้ว หรือ โอ๊ตนนท์ ที่ชาวจักรยานแห่งโลกไซเบอร์ รู้จักคุ้นเคย เขาเป็นหนุ่มที่ดูเหมือนจะมีความสนุกสนานเป็นธรรมชาติ หลงรักการขี่จักรยาน ซึ่งเป็นพาหนะสำคัญนำพาไปสู่การผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่อย่างที่ตัวเองไม่คาดฝัน มาก่อน เมื่อครั้งที่เขาร่วมออกทริปจักรยานกับกลุ่ม จนได้พบกับชายอารมณ์ดีอีกคน ที่หัวใจเปี่ยมด้วยความฝันในการเดินทางไปไกลสูงสุดโลกด้วยจักรยาน เขาคือ Pazu Kong หรือ ก้อง หนุ่มอารมณ์ดีชาวฮ่องกงที่มาเที่ยวเมืองไทย

    เมื่อทุกอย่างถูกเพาะบ่มจนสุกงอม สองหนุ่มจึงตัดสินใจพุ่งไปตามฝัน ด้วยการเปลี่ยนแปลงชีวิตครั้งใหญ่ ออกเดินทางไกลด้วยพาหนะสองล้อ เพื่อมุ่งสู่ทิเบตดินแดนในฝัน เรื่องราวการเดินทาง พบสิ่งแปลกใหม่ ตลอดจนการผจญภัยที่สร้างความตื่นเต้นได้ตลอดเวลาในโลกกว้างใบนี้ ถูกบันทึกลงในหนังสือหนาเล่มเหมาะมือชื่อ "ทิเบต สองขา"

    และเมื่อมีโอกาสได้พบเจอกันทั้งที ในโอกาสที่หนุ่มทั้งสองหลบหนีความหนาวเย็นสุดขั้วของทิเบต เพื่อกลับมาเยี่ยมบ้านที่เมืองไทย ด้วยเพราะเป็นช่วงโลว์ซีซันของทิเบต จึงขอเวลานำพาเรื่องราวตามประสานคนจักรยาน ที่อยากรู้อยากเห็นความเป็นไปของคนพันธ์ุเดียวกันเสียหน่อย

OthNon    โอ๊ตและก้องใช้เวลาเดินทางจากเมืองไทยด้วยจักรยานไปยังทิเบตเป็นเวลา 5 เดือน ซึ่งเป็นการปั่นไปเที่ยวไป ชอบที่ไหนเมืองใด แวะพักกันนานเป็นสัปดาห์จนหนำใจก่อนจะเดินทางต่อ เช่นที่ ลีเจียง ทั้งสองใช้เวลาซึมซับธรรมชาติวัฒนธรรมของที่นี่ถึงสองสัปดาห์เต็ม

    หลังจากที่เดินทางถึงทิเบต มนต์ขลังของดินแดนแห่งนี้ ได้หล่อหลอมความคิดจากการเดินทางมาเที่ยว กลายเป็นเดินทางมาอยู่ โดยมีพลังผลักดันจากก้อง ซึ่งอยากเปิดร้านกาแฟเล็กๆ ที่นี่.. ร้าน Spinn Cafe' อันเป็นส่วนผสมที่ลงตัวของหนึ่งคนรักจักรยาน กับหนึ่งผู้มีความฝันกับร้านกาแฟ จึงก่อตัวขึ้น ณ เมืองลาซา

    Spinn Cafe' ไม่ใช่ร้านที่บริการกาแฟเท่านั้น หากแต่ยังเป็นศูนย์กลางบริการนักท่องเที่ยว นักปั่นจักรยาน และยังเป็นสภากาแฟของชมรมจักรยาน Young Cycling Club ของชาวทิเบตอีกด้วย

    Spinn Cafe' เปิดตัวขึ้นในปี ค.ศ. 2006 เวลานั้นยังไม่มีชมรมจักรยาน และตัวโอ๊ตเองมีความคิดที่จะจัดตั้งชมรมขึ้น แต่จากเหตุการณ์จารจลในอีกสองปีต่อมา ทำให้โครงการต้องชะงักไป อีกทั้งตัวเองยังต้องติดอยู่ในโรงแรม ไม่สามารถเดินทางไหนได้ เพราะเจ้าหน้าที่ตรวจเข้มมาก เป็นเหตุให้ต้องเดินทางออกมาและทำเรื่องกลับเข้าประเทศใหม่

    การเดินทางกลับเข้าไปอีกครั้ง ทั้งสองจึงเร่ิมหากิจกรรมอื่นๆ ทำเพิ่มมากขึ้น เช่นการเร่ิมทำทัวร์ ซึ่งเป็นการทัวร์ท่อง เที่ยวทิเบต โดยมีจักรยานเป็นส่วนเสริมของกิจกรรม ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มทัวริ่งต่างชาติ ประกอบกับความรู้เกี่ยวกับจักรยาน การสั่งอะไหล่ต่างๆ ทำให้ร้านแห่งนี้กลายเป็นศูนย์กลางของนักปั่นจักรยานทัวริ่ง และเป็นศูนย์กลางของชมรมจักรยานไปโดยปริยาย

OthNon
    แต่หลังจากปี 2008 กฎเกณฑ์ต่างๆ ของทิเบตเข้มงวดขึ้น บรรดานักปั่นทัวริ่งต่างถูกห้ามไม่ให้เดินทางเข้าไป หากจะเข้าไปต้องเป็นการซื้อทัวร์ผ่านบริษัทเข้าไปเท่านั้น และไม่ได้เป็นการเดินทางด้วยจักรยานแบบอิสระ หากแต่เป็นการขนจักรยานขึ้นรถทัวร์ แล้วนำไปปั่นเฉพาะจุดที่กำหนดประมาณหนึ่งชั่วโมง จากนั้นเดินทางกลับด้วยรถทัวร์เช่นเดิม ห้ามกางเต็นท์ เพื่อนต่างชาติบางคนยังถูกยึดกล้องถ่ายภาพไปลบไฟล์ทิ้งเสียด้วยซ้ำ

    เมื่อต้องหนีความหนาวสุดขั้ว แผนการเดินทางครั้งใหม่ของทั้งสองจึงเกิดขึ้น โดยหันไปปั่นตามเส้นทางทิศตะวันตกแทน เนื่องจากการขอวีซ่าเข้าอินเดียนั้นยากมาก ระยะเวลาหนึ่งเดือนกับสิบเอ็ดวันของการเดินทาง ทั้งคู่จบทริปลงที่เมืองโพตาลา ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองที่มีความสวยงามอย่างมาก ก่อนที่จะเดินทางกลับมากรุงเทพฯ และสถานที่แห่งแรกที่ตรงดิ่งไปเลยคือ "ห้างโลตัส!?" ด้วยต้องการสัมผัสสถานที่ซึ่งมีของมากมาย เพราะไม่ได้เห็นอย่างนี้มาหลายปีแล้ว

    หลังจากใช้เวลาใกล้ชิดอยู่กับคุณแม่ ซึ่งเป็นห่วงโอ๊ตมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง..เรื่องเดียวที่ห่วงมากที่สุดคือ "กลัวโอ๊ตไม่กลับ" พบกันครั้งนี้โอ๊ตจึงใช้เวลากับแม่มากเป็นพิเศษ ก่อนที่โอ๊ตและก้องจะออกเดินทางอีกครั้ง ด้วยการปั่นจักรยานไปเที่ยวมาเลเซีย เพื่อนบ้านของไทยเรานี่เอง

    ความฝันเล็กๆ แต่เป้าหมายใหญ่ของโอ๊ตหากมีโอกาส คือการได้ไปปั่นจักรยานที่ประเทศฮอลแลนด์ โดยจะมีเป้าหมายรองๆ ลงมาก่อนคือปั่นจักรยานที่เกาะไต้หวัน หรือรอบเกาะฮ่องกง ซึ่งทราบมาว่ามีเลนจักรยานที่ทำได้อย่างดี

    เมื่อสอบถามเกี่ยวกับเส้นทางจักรยานในเมืองไทย เขาได้ให้แง่คิดว่า แม้หากตนเองได้มีโอกาสเป็นคนที่มีอำนาจในการทำเส้นทางจักรยาน ก็คิดว่าเป็นสิ่งที่ยาก เข้าสุภาษิตที่ว่า.. คนทำไม่ได้ขี่ คนขี่ไม่ได้ทำ!? สิ่งที่ควรเกิดขึ้น คือให้คนที่ขี่ จักรยานมีส่วนร่วมในการระดมความคิดสร้างเส้นทาง อย่างเช่นในประเทศ จีน เส้นทางจักรยานจะมีรั้วเหล็กกั้นไม่ให้รถยนต์วิ่งเข้ามา แม้แต่บนหลังคาโลกอย่างเมืองลาซายังมีเลนจักรยาน ที่กว้างขนาดรถสิบล้อยังเข้าไปจอดได้อย่างสบาย

    หนึ่งในข้อความที่ปรากฏในหนังสือ ทิเบตสองขา คือ "อยากปั่นย้อนเส้นทางที่ปั่นครั้งแรก" ซึ่งเป็นความฝันที่โอ๊ตปรารถนาหากเป็นไปได้ และครั้งนี้เขาอยากพาพ่อและแม่ไปด้วย ไปกับแบบเรื่อยๆ เหมือนฉิ่งฉับทัวร์

    โอ๊ตคือคนไทยคนแรกที่ไปถึงทิเบตด้วยการปั่นจักรยานตลอดเส้นทาง โดยก่อนหน้านั้นมีอีกคนคือ คุณวิเชียร ปิ่นเกษร ผู้ซึ่งปั่นไปทิเบตเช่นกันแต่ใช้ขึ้นรถยนต์ในเส้นทางช่วง หนึ่ง และมีคนไทยคนที่สองที่ทำเช่นเดียวกับเขาคือ คุณสว่าง ทองดี

    ยังมีเรื่องราวการผจญภัยสนุกสนานมากมายพร้อมภาพสวยๆ แปลกตา สามารถอ่านและชมได้จากหนังสือ "ทิเบต สองขา" ของ กิตติพงษ์ กองแก้ว หรือ โอ๊ตนนท์ โดยสำนักพิมพ์ 4-letter word ทราบมาว่าภายในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 39 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 มีนาคม - 6 เมษายน 2554 นี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยโอ๊ ตนนท์ซึ่งกำลังหลบหนาวอยู่ที่เมืองไทย จะไปแจกลายเซนต์ให้ด้วย

  • สำนักพิมพ์ 4-letter word email: 4letterw@gmail.com
  • Facebook: พิมพ์ Kittipong Kongkaew (โอ๊ตนนท์)
  • หนังสือจัดจำหน่ายโดย ซีเอ็ด โทร. 0-2739-8222

กดที่ภาพเพื่อขยาย
OthNon
โอ๊ต และก้อง สองสหายร่วมปั่นสู่เส้นทางหลังคาโลก
OthNon OthNon

ZangZaew
❝ทิเบตสองขา..พาไปด้วยสองล้อ❞ Reviewed by zangzaew on 16:00 Rating: 5
All Rights Reserved by Bikegazine.com © 2014 - 2015
Powered By Blogger, Designed by Sweetheme

ฟอร์มรายชื่อติดต่อ

ชื่อ

อีเมล *

ข้อความ *

ขับเคลื่อนโดย Blogger.