Top Ad unit 728 × 90

Update

recent

❝พิพิธภัณฑ์จักรยาน..เมืองปลาดิบ (5)❞

BikeMuseum-05    ที่นัั่งแบบถักทอ

    จักรยานอีกคันหนึ่งในพิพิธภัณฑ์จักรยานแห่งนี้ น่าสนใจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะส่วนของ "ที่ นั่ง" ซึ่งไม่ใช้เบาะอย่างทั่วๆ ไป แต่เป็นเชือกซึ่งได้รับการถักทอ กลายเป็นที่สำหรับนั่งปั่นจักรยาน


    คันนี้เป็นผลงานการผลิตของ มิเกล พีเดอร์สัน (Mikael Pedersen) เร่ิมผลิตจักรยานในช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1897 ถึง 1899 ต่อมาได้ก่อตั้งบริษัท เดอร์สลี่ย์-พีเดอร์สัน ขึ้นในปี ค.ศ. 1899 โดยมีผู้ก่อตั้งร่วมกันจำนานสามคน คือ โรเบิร์ต แอสตัน ลิสเตอร์ ( ต่อมาได้เป็น เซอร์แอสตัน ) และบุตรชายของเขาคือ ชาร์ลีส์ ลิสเตอร์ โดยหุ้นส่วนคนที่สามก็คือ มิเกล พีเดอร์สัน นั่นเอง

    พวกเขาได้รับลิขสิทธิ์ในการผลิตเฟรมจักรยานจากบริษัท พีเดอร์สัน ไซเคิล เฟรม เพื่อผลิตจักรยานทั้งคันออกจำหน่าย แต่ก็ต้องปิดตัวไปในที่สุดเมื่อปี 1917

    อย่างไรก็ตาม.. จักรยานที่ออกแบบโดยพีเดอร์สันนั้น มีจุดเด่นที่น่าสนใจ และแตกต่างจากจักรยานอื่นๆ ในขณะนั้นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนของที่นั่งและโครงสร้างของเฟรม

  • ที่นั่ง (The Seat)
    ด้วยความพยายามที่จะออกแบบ และหาทางให้ "เบาะนั่ง" สำหรับการปั่นจักรยาน มีความนุ่มนวล เบา และรองรับน้ำหนักได้เป็นอย่างดี พีเดอร์สัน จึงได้พยายามคิดค้นและออกแบบ โดยนำเอาหลักการของการผลิต "เปลญวน" หรือ "Hammock" มาใช้

    วัสดุที่ใช้ในการถักเป็นที่นั่งนั้น ใช้เชือกที่ผลิตจากเส้นไหม ผสมผสานกับเส้นหนังและลวด มีความยาวรวมกันถึง 40 เมตร นำมาถักทอในรูปแบบที่เข้ากันกับการนั่งพอดิบพอดี ด้านหลังขึงไว้ด้วยขดลวดสปริงจำนวน 7 เส้น ช่วยซับน้ำหนักและแรงกระแทก

    กลายเป็นเบาะนั่งที่นุ่มนวล ยืดหยุ่น รับน้ำหนักได้ดี และมีน้ำหนักที่เบากว่าเบาะแบบเดิมในขณะนั้น คือหนักเพียง 113 กรัม เป็นการลดน้ำหนักของที่นั่งลงมาจากของเดิมซึ่งหนักถึง 1.4 กิโลกรัม

  • เฟรม
    พีเดอร์สันยังได้ออกแบบเฟรมจักรยานเสียใหม่ โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากเทคโนลียีทางด้านวิศวกรรมของการสร้างสะพานเหล็ก ที่เรียกว่า Whipple-Murphy ซึ่งเป็นการใช้โครงสร้างของเหล็ก มีข้อต่อจับจุดเชื่อมโยงกันอย่างสมดุล

    ตัวเหล็กที่ใช้ทำเฟรมได้รับการชุบทั้งภายในและภายนอก มีด้วยกันจำนวน 14 ชิ้นประกอบกันเป็นรูปสามเหลี่ยม โดยมีจุดเชื่อมโยงกันทั้งหมด 57 จุด ทำให้เกิดเป็นรูปสามเหลี่ยมถึง 21 ชิ้นตลอดทั้งคัน เชื่อไหมว่า.. มันสามารถรองรับน้ำหนักคนตัวใหญ่ได้ถึง 90 กิโลกรัม

    ด้วยความนิยม.. ทำให้พีเดอร์สันออกแบบจักรยานรูปแบบนี้ ถึง 8 ขนาดสำหรับผู้ชาย และอีก 3 ขนาดสำหรับผู้หญิง ทั้งหมดมีน้ำหนักที่เบามากเมื่อเทียบกับจักรยานยี่ห้ออื่นๆ ในยุคนั้น โดยมีน้ำหนักเพียง 9 กิโลกรัมเท่านั้น

  • ตะเกียบหน้า
    จุดที่น่าทึ่งอีกอย่างหนึ่งของจักรยานรุ่นนี้คือ "ตะเกียบหน้า" ซึ่งใช้แกนถึงสี่ชิ้นนำมาเชื่อมต่อกันกลายเป็นรูปสามเหลี่ยม ตรงกลางมีแผ่นจับยึดเพื่อให้โครงวางตัวกันอย่างสมดุย พร้อมกับมีเหล็กยึดอีกชั้น เสริมความแข็งแกร่ง สอดรับกับการควบคุมระบบเลี้ยวที่ลงตัว และแข็งแรงอย่างมาก

    เห็นแล้วทึ่งในความคิดสร้างสรรค์จริงๆ เพราะนอกจากจักรยานแบบที่นั่งเดี่ยวแล้ว ยังได้มีการผลิตเป็นจักรแบบสองที่นั่ง รวมถึงจักรยานแบบมินิอีกด้วย

กดที่ภาพเพื่อขยาย
BikeMuseum-05
- แฮนด์รูปทรงเฉพาะ ซึ่งกำลังกลับมาเป็นที่นิยมในปัจจุบัน
BikeMuseum-05
- ที่นั่งแบบถักทอ ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดเด่นของจักรยานพีเดอร์สัน
BikeMuseum-05
- กระเป๋าหนังสำหรับใส่ของจุกจิก ติดตั้งอยู่ที่ส่วนหลังของเฟรม
BikeMuseum-05
- โครงสร้างของตะเกียบหน้า ที่ออกแบบได้อย่างน่าทึ่ง




ZangZaew



❝พิพิธภัณฑ์จักรยาน..เมืองปลาดิบ (5)❞ Reviewed by zangzaew on 16:00 Rating: 5
All Rights Reserved by Bikegazine.com © 2014 - 2015
Powered By Blogger, Designed by Sweetheme

ฟอร์มรายชื่อติดต่อ

ชื่อ

อีเมล *

ข้อความ *

ขับเคลื่อนโดย Blogger.