Top Ad unit 728 × 90

Update

recent

❝พิพิธภัณฑ์จักรยาน..เมืองปลาดิบ (2)❞


    มาชมพิพิธภัณฑ์จักรยานกันต่อ ที่ห้องจัดแสดงประวัติศาสตร์ของจักรยาน ซึ่งมีการเก็บรักษาจักรยานรุ่นประวัติศาสตร์ ที่ค่อยๆ พัฒนาจากไม่มีกลไกสำหรับปั่น จนถึงยุคจักรยานสำหรับการแข่งขัน ที่มีเทคโนโลยีมากขึ้นตามลำดับ แม้ภาพรวมของห้องนี้ อาจจะไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากมาย หากแต่ผู้ที่เข้าชมมีความสนใจในรายละเอียด พบว่าใช้เวลาเดินชมเป็นชั่วโมงได้เหมือนกัน


    "Celerifere" เป็นภาษาฝรั่งเศส สำหรับภาษาอังกฤษ มันถูกเรียกว่า Celeripede เป็นชื่อเรียกยานพาหนะสองล้อ ที่ผลิตขึ้นด้วยไม้แกะสลักเป็นรูปสัตว์ต่างๆ สวยงาม เช่น ม้า นก งู หรือสิงโต ดังเช่นตัวที่โชว์อยู่ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ สร้างขึ้นในประเทศฝรั่งเศสประมาณปี ค.ศ. 1797 ไม่มีกลไกใดใดในการให้กำเนิดแรงขับเคลื่อน นอกเสียจากการใช้เท้าของผู้ขี่ผลักเลื่อนไปข้างหน้า โดยมีเบาะหนังสำหรับรองนั่งอยู่ด้านบน เมื่อไม่มีกลไก.. การหยุดจึงต้องใช้เท้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น สร้างขึ้นโดย Comte Mede de Sivrac ที่ฝรั่งเศส โดยพัฒนามาจากรถต้นแบบรูปลักษณะเดียวกัน แต่ส่วนลำตัวเป็นลักษณะคล้ายงู ซึ่งสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1790

*กดที่ภาพเพื่อขยาย*
Bike Museum 02 Bike Museum 02
- เป็นไม้แกะสลักสวยงาม ถูกเก็บรักษาเอาไว้อย่างดี - ด้านหลังมีรายละเอียดเป็นหางสิงห์ให้ด้วย ตัวล้อเป็นไม้ แต่มีแผ่นโลหะเคลือบอยู่ด้านนอก


Bike Museum 02
- ด้านข้าง จะเห็นความปราณีตของผู้ผลิต มีเบาะหนังเพื่อป้องกันการกระแทก



    "Draisienne" ออกแบบและผลิตโดย Baron von Drais จากเยอรมัน คือคันต่อมาที่ได้ชม ปรากฏสู่สายตาชาวโลกในกรุงปารีส ช่วงปี ค.ศ. 1818 ห่างจากคันแรกที่เห็นของฝรั่งเศสถึง 28 ปี พัฒนาการที่เห็นได้ในรุ่นนี้คือ มีการคิดค้นระบบกลไกสำหรับการควบคุมระบบเลี้ยวได้ เป็นลักษณะคล้ายแฮนด์ที่มีแกนยาวไปข้างหน้า พร้อมกันนี้มีที่รองแขนบุด้วยหนังเอาไว้ให้ด้วย เพื่อความสะดวกสบายและดูภูมิฐานในการใช้งาน เบาะหนังรองนั่งออกแบบให้มีขนาดใหญ่ นั่งสบายมากขึ้น  ด้านหลังมีที่วางสัมภาระ หรือให้นั่งซ้อนท้ายได้ แต่คงไม่สะดวกสบายนัก ยานพาหนะรุ่นนี้ได้รับความนิยมแพร่หลายมากขึ้น เมื่อเข้ามาสู่ผู้ใช้งานในอังกฤษ และถูกเรียกกันเสียใหม่ว่า Hobby Horse หรือ Dandy Horse

Bike Museum 02
- มีชิ้นส่วนกลไกต่างๆ มากขึ้น และตกแต่งสวยงาม
Bike Museum 02
- ด้านหลังมีที่วางสัมภาระ




Bike Museum 02
- หรือจะนั่งซ้อนท้ายได้ด้วยหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ..
Bike Museum 02
- กลไกของระบบแฮนด์ที่ดูแปลกอย่างมาก  มันใช้สำหรับวางแขน โดยมีหนังนุ่มรองข้อมือ ส่วนแฮนด์บังคับเลี้ยวจะแยกอีกชิ้นด้านหน้า


Bike Museum 02
- การเลี้ยวของล้อ มีโครงจับสำหรับขยับล้อไปทางซ้ายและขวา มีแกนหมุนอยู่เกือบปลายสุด คล้ายๆ กับการเลี้ยวของรถไถนาแบบบุคคลในบ้านเราเล็กน้อย
Bike Museum 02
- ล้อหลังมีแผ่นเคลือบรอบนอกเพิ่มการยึดเกาะพื้น ดูการออกแบบแล้วสวยงามปราณีตไม่น้อยเลยทีเดียว


Bike Museum 02
- ท่าทางการขี่จากภาพถ่าย ดูลำบากไม่น้อยเหมือนกัน
Bike Museum 02
- ความโดดเด่นของแนวคิดรถล้อเลื่อนนี้ ได้รับความนิยมจนถึงกลับถูกนำไปผลิตเป็นแสตมป์



"MacMillan Velocipede" เป็นยานพาหนะสองล้อรุ่นแรก ที่ถูกออกแบบโดยเพิ่มเติมส่วนขับเคลื่อนด้วยพลังขาเขาไป ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้เท้าถีบพื้นอีกต่อไป เป็นผลงานของช่างตีเหล็กชาวสกอตแลนด์ในเมือง Coathill นามว่า Kirkpatrick Macmillan ผลิตขึ้นมาในปี ค.ศ. 1839 แต่กว่าจะได้ปรากฏโฉมอย่างจริงๆ จังๆ ก็ต้องล่วงเลยไปจนถึงช่วงงานฉลองครบรอบ 100 ปีของสกอตแลนด์ในเดือนกันยายน ค.ศ. 1946 อันเนื่องมาจากผลกระทบของสงครามโลกครั้งที่สอง แม้จะมีรูปร่างที่สวยงาม หน้าตาโฉบเฉี่ยว แต่ไม่ได้รับความนิยมมากนัก เพราะมีน้ำหนักตัวถึง 26 กิโลกรัมเลยทีเดียว (อูวว์)

Bike Museum 02
- หน้าตาดูดีโฉบเฉี่ยวเพรียวลมขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ เยอะ
Bike Museum 02
- กลไกขับเคลื่อนออกแบบสำหรับใช้เท้าถีบ มีแกนเชื่อมต่อกับล้อหลังเพื่อรับแรงส่งให้เคลื่อนไปข้างหน้า ดูพัฒนาขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง


Bike Museum 02
- ระบบเลี้ยวได้รับการออกแบบให้สัมพันธ์กับแฮนด์ ด้วยแกนที่เชื่อมต่อกับตะเกียบหน้า กลายเป็นจุดเริ่มต้นของระบบที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน ทว่า..สิ่งที่โดนใจ คือเจ้าหัวม้าซึ่งดูแล้วเหมาะสำหรับขาแรงจริงๆ เลย...ฮี้วววว
Bike Museum 02
- เบาะรองนั่งสวยๆ ดูความละเอียดปราณีตในการผลิตสิ..  มีลูกไม้ระบายโดยรอบ อาจจะมีความนุ่ม แต่คงไม่ได้ซับแรงกระแทบมากนัก


Bike Museum 02
- บั้นท้ายงามๆ ตะเกียบหลังโค้งเรียวสวยงาม

    อะฮ้า..​ รู้สึกดูสนุกมากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนได้ย้อนกลับไปเห็นความเป็นมา และการใช้ความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ ช่างน่าทึ่งและน่าอัศจรรย์ใจ.. แต่เรายังไม่ถึงครึ่งทางของประวัติศาสตร์จักรยานในพิพิธภันธ์แห่งนี้..​

    ติดตามต่อในตอนที่ 3 กันนะครับ...

❝พิพิธภัณฑ์จักรยาน..เมืองปลาดิบ (2)❞ Reviewed by zangzaew on 20:00 Rating: 5
All Rights Reserved by Bikegazine.com © 2014 - 2015
Powered By Blogger, Designed by Sweetheme

ฟอร์มรายชื่อติดต่อ

ชื่อ

อีเมล *

ข้อความ *

ขับเคลื่อนโดย Blogger.