Top Ad unit 728 × 90

Update

recent

❝พิพิธภัณฑ์จักรยาน..เมืองปลาดิบ (1)❞

Japan Museum
    สถานที่แห่งหนึ่งในโตเกียว ที่เล็งเอาไว้ว่า.. จะต้องหาเวลาเข้าไปเยี่ยมชมให้ได้ ด้วยเพราะความสนใจในจักรยาน แม้จะไม่ได้ลึกซึ้งแต่ก็รักในเรื่องราวอันน่าสนใจของพาหนะสองล้อไร้มลพิษ ชนิดนี้... ที่แห่งนั้นคือ "Bicycle Culture Center (BCC)" หรือ "ศูนย์ วัฒนธรรมจักรยาน" ซึ่งมีพิพิธภัณฑ์จักรยานจัดแสดงอยู่ภายใน

    พื้นที่จัดแสดงของพิพิธภัณฑ์จักรยานในญี่ปุ่นนั้น แทรกตัวอยู่บริเวณชั้นที่สอง ภายในอาคารพิพิธภัณฑ์ วิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นอาคารห้าชั้น มองด้านหน้าดูเรียบง่าย แต่ด้านหลังของอาคารหลัก ออกแบบเป็นอาคารห้าหลังที่เชื่อมต่อกันเป็นห้าแฉก ซึ่งมองเห็นได้ชัดหากมองจากบนท้องฟ้า..  อาคารทั้งหมดตั้งอยู่ภายในสวนสาธารณะ คิตะโนะมารุ (Kitanomaru) ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับพระราชวังอิมพีเรียล เปิดให้บริการแก่ประชาชนทั่วไปตั้งแต่เดือนเมษายน ค.ศ. 1964

    พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งนี้เปิดทำการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.30 ถึง 16.50 น. ในหนึ่งปีจะปิดทำการเฉพาะช่วงตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม ถึง 4 มกราคมเท่านั้น ผู้เข้าเยี่ยมชมจะต้องเสียค่าบริการด้วย แน่นอนว่าวัยอย่างเราแล้วคงตีตั๋วเด็กไม่ได้ จึงจ่ายค่าเข้าชมในราคา 600 เยน เป็นอัตราราคาสำหรับผู้ใหญ่หนึ่งท่าน หากเป็นนักเรียนนักศึกษาค่าเข้าชมราคา 400 เยน ส่วนเด็กเล็กสี่ขวบขึ้นไปราคา 250 เยน กรณีที่เข้าเยี่ยมชมเป็นหมู่คณะค่าเข้าชมจะถูกลงไปอีก 100 เยน

    บ่ายวันนั้น เลือกที่จะนั่งรถไฟสาย โทไซ (Tozai) เพื่อไปลงที่สถานี คุดันชิตะ (Kudanshita) เพื่อต้องการที่จะเข้าทางประตูใหญ่ด้านทิศเหนือ ซึ่งสถานีเดียวกันนี้ สามารถเดินผ่านทางเข้าสวนสาธารณะคิตะโนะมารุ ไปยังสำนักงานชั่วคราวของสถานฑูตไทยเราได้เลย เนื่องจากห่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

    ทางเข้าสวนสาธารณะ ต้องเดินขึ้นเนินเข้าสู่ประตูใหญ่ลักษณะเป็นซุ้มประตูไม้โบราณขนาดใหญ่มาก ถูกรักษาเอาไว้เป็นอย่างดี ด้านในมีสิงห์โตหินท่าทางน่าเกรงขาม แกะสลักไว้อย่างสวยงาม จากซุ้มประตูต้องเดินผ่านสนามกีฬา "นิปปอน บุโดกัน (Nippon BudoKan)" เป็นสนามกีฬาขนาดใหญ่ใจกลางกรุงโตเกียว สามารถจุผู้ชมได้ 14,201 คน เคยเป็นสถานที่จัดแข่งกีฬายูโดในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคฤดูร้อนปี ค.ศ. 1964 และยังเป็นสถานที่แห่งแรกในการจัดคอนเสิร์ตคร้ังประวัติศาสตร์ของเดอะบีเทิ้ลส์ ในปี ค.ศ. 1966 อีกด้วย ปัจจุบันสนามแห่งนี้มักจะใช้เป็นสถานที่จัดคอนเสิร์ตและการแข่งขันกีฬา ประเภทศิลปะป้องกันตัวหรือ Martial Arts

    เดินเรื่อยๆ ตามเส้นทางที่ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่ภายในสวนสาธารณะ ที่ดูสมบูรณ์และสดชื่นสะอาดสะอ้าน มีบึงน้ำให้ความรู้สึกเย็นสบาย แม้จะเป็นยามบ่ายเช่นนี้ก็ตาม ยังมีครูโรงเรียนอนุบาล นำพาเด็กๆ มาออกกำลังกายท่ามกลางธรรมชาติ ด้วยการทำกิจกรรมสันทนาการง่ายๆ ให้เด็กได้สัมผัสหญ้า สัมผัสดิน

    ชื่นชมธรรมชาติได้พออิ่ม.. เส้นทางก็นำพามาสู่อาคารสีขาวรูปทรงเรียบง่ายตรงหน้า ด้วยความที่มีต้นไม้ใหญ่สีเขียวเข้มสองข้างทาง ทำให้ความรักในการถ่ายภาพสะกดเอาไว้ไม่ได้ ต้องเล็งกล้องแล้วลั่นไปหลายภาพ หนึ่งในภาพนั้น คือต้นไม้ใหญ่ ซึ่งอยู่ขวางเส้นทางถนนตรงกลางพอดี เขาเลือกที่จะสร้างถนนอ้อมต้นไม้ แทนที่จะโค่นมันลงเพื่อให้รถแล่น.. (เหมือนผู้ใหญ่บ้านเมืองไหนหว่า!?)

    เดินทางมาถึงอาคารพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งนี้ ระยะทางไกลพอได้เหงื่อบางๆ เมื่อเข้าภายในอาคาร ความเย็นของเครื่องปรับอากาศกระทบกายพอได้สบายตัวขึ้นมาบ้าง อาคารที่เข้ามานี้เป็นเพียงส่วนหน้าเท่านั้น ยังมีอาคารเชื่อมต่อไปอีกทางด้านหลัง เพื่อเป็นศูนย์รวมความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้กับเยาวชนและผู้ สนใจทั่วไป บนพื้นที่อาคาร 25,164 ตารางเมตร ด้านนอกของอาคารออกแบบเป็นดวงดาวประดับอาคารจำนวนถึง 22,392 ดวง!

    เป้าหมายคือชั้นที่ 2 ของอาคาร ซึ่งเป็นส่วนจัดแสดงเทคโนโลยีเกี่ยวกับจักรยาน และยังเป็นที่ตั้งของศูนย์วัฒนธรรมจักรยานแห่งญี่ปุ่นอีกด้วย หลังจากตีตั๋วเข้าชมแล้ว.. จึงตรงดิ่งไปที่ชั้นสองเป็นอันดับแรก... เป็นพื้นที่จัดแสดงเทคโนโลยีและความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เกี่ยวจักรยาน ว่ามันทำงานอย่างไร ทรงตัวได้อย่างไร เคลื่อนไหวได้อย่างไร เมื่อสัมพันธ์กับการใช้แรงปั่นของมนุษย์เรา

    มีอุปกรณ์ที่จัดแสดงให้เห็นภาพ โดยที่ผู้ชมสามารถสัมผัสถึงความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการขับเคลื่อนลักษณะนี้ ได้ด้วยตัวเอง มีการจัดให้ทดสอบความแตกต่างของขนาดวงล้อและรอบการปั่น เพื่อให้เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้กำลังขาที่สัมพันธ์กับแรงทดของเฟือง และขนาดของล้อ ช่วยให้เยาวชนเข้าใจเกี่ยวกับพื้นฐานของกลไกจักรยานได้อย่างดีเยี่ยม

    อีกมุมหนึ่งมีห้องสำหรับฉายภาพยนตร์เกี่ยวกับจักรยานต่างๆ ทั้งที่เป็นสารคดีเกี่ยวกับจักรยาน วิวัฒนาการ และภาพยนตร์เกี่ยวกับการแข่งขันจักรยาน เป็นต้น

    ทว่า.. ห้องถัดไปนี่สิ.. น่าสนใจยิ่งกว่า.. เพราะมันคือห้องจัดแสดงประวัติศาสตร์ของ จักรยาน ที่มีจักรยานสุดยอดโบราณตัวจริง จัดแสดงให้สัมผัสด้วยสายตาอย่างใกล้ชิด...  อย่างเช่นเจ้าสองล้อแรงถีบ ที่เรียกกันว่า "Celerifere" รูปร่างเหมือนสิงโตล้อเลื่อนคันนี้.. ซึ่งว่ากันว่าเป็นรูปแบบยานพาหนะแรกเริ่ม ก่อนที่จะมีระบบขับเคลื่อนเป็นลักษณะ "รถ ถีบ" ในเวลาต่อมา....

.. อะแฮ่ม... รออ่านเรื่องราวของห้องนี้ได้ในตอนต่อไปนะครับ.. (^_^!)

กดที่ภาพ เพื่อชมภาพขนาดใหญ่
Japan Museum
Japan Museum
- โผล่ออกจากสถานีรถไฟคุดันชิตะ จะพบกับทางออกที่มีป้ายแสดงเส้นทางไป นิปปอน บุโดกัน ในสวนสาธารณะคิตะโนะมารุ - เส้นทางเดินไปยังทางเข้าสวนสาธารณะร่มรื่นสวยงาม หากเดินผ่านทางเข้าสวนฯ ตรงไปอีกประมาณ 10 นาที จะถึงที่ทำการชั่วคราวของสถานฑูตไทยเรา


Japan Museum
Japan Museum
- ปฏิมากรรมของเสาหิน มีรูสำหรับร้อยเชือกกั้น ตัวของมันสามารถหมุนได้ด้วยนะ - ผ่านเสาหิน จะเข้าสู่ทางเชื่อมไปยังประตูเข้าสวนสาธารณะ เห็นสองสาวกับรถเข็นข้างหน้านั่นไหม? ภายในรถเข็นขนาดใหญ่นั้น คือเหล่าเด็กๆ อนุบาล ที่จะไปทำกิจกรรมสัมผัสธรรมชาติภายในสวนไงละ ที่นี่เขาไม่ต้องการให้บันทึกภาพเด็กๆ ไว้ หากไม่ได้รับอนุญาต..


Japan Museum
Japan Museum
- ประตูทางเข้าชั้นที่หนึ่ง ดูง่ายๆ ธรรมดาแบบทั่วๆ ไป - พอผ่านเข้าไปจะพบกับประตูขนาดใหญ่อีกชั้น ราวกับปราการเมืองสำคัญ


Japan Museum
Japan Museum
- ซุ้มประตูเป็นโครงสร้างไม้ขนาดใหญ่ยักษ์ ดูสวยงามผสมผสานกับความน่าเกรงขามไม่น้อย - สิงโตหินแกะสลัก เฝ้าอยู่ประตูด้านใน รูปร่างแปลกตาดี


Japan Museum
Japan Museum
- อาคารพิพิธภันฑ์วิทยาศาสตร์อยู่ตรงหน้าแล้ว..​ ดูต้นไม้สองข้างทางสิ.. มันช่างแน่นตาดีจริงๆ - ผนังอาคารมีดาวสองหมื่นกว่าดวง..! ในวันธรรมดาเช่่นนี้ มีนักเรียนมาเข้าชมอยู่เป็นระยะๆ


Japan Museum
Japan Museum
- หลังชำระค่าเข้าชม เดินตรงขึ้นไปที่ชั้นสอง เพื่อมายังห้องแสดงเทคโนโลยีจักรยานแห่งนี้ - อะไรนั่น.. สตาร์เกตรึ? ^_^ มันคือเครื่องแสดงถึงแรงที่เกิดขึ้นจากโยนคานกระดก ทำให้เกิดการหมุนของวงล้อ เพื่อสร้างความเข้าใจในการทำงานของกลไกการปั่นจักรยาน


Japan Museum
Japan Museum
- ทั้งสองข้างของแกนกลาง สามารถขึ้นไปนั่งแบบเครื่องเล่นคานกระดก เมื่อใช้น้ำหนักตัวโยกขึ้นลง กลไลของเฟืองจะทำให้วงล้อจักรยานขนาดยักษ์นั่น.. หมุนตามแรง - นักเรียนกับการทัศนศึกษาความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และจักรยาน


Japan Museum
Japan Museum
- ด้านในมีอุปกรณ์จำลองการทดสองแรงปั่นกับการทำงานของวงล้อ ซึ่งมีขนาดที่แต่งกัน พร้อมกับมีมาตรวัดความสามารถของกำลังขาให้ทดลองกัน - หนูน้อยคนนี้ดูรายละเอียดของปุ่มควบคุม ก่อนที่จะขึ้นทดลองกำลังขา


Japan Museum
Japan Museum
- นี่คือขนาดวงล้อใหญ่ที่สุด คุณว่าขนาดไหนปั่นง่ายหรือยากกว่ากันละ? - ปุ่มควบคุมระดับความหนืดของการปั่น เหมือนการเปลี่ยนเกียร์ในจักรยานจริง


Japan Museum
Japan Museum
- สนุกสนานกับการทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่สัมผัสได้จริง ได้ทั้งความสนุกและความรู้ในเวลาเดียวกัน - ห้องถัดไปนี่หละ.. ชมได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ กับการย้อนอดีตไปดูวัฒนธรรม ความเป็นมาของจักรยาน


Japan Museum
- Celerifere รถถีบ (หรือจะเรียกว่ารถไถดีนะ..) ที่ผู้ใช้ต้องใช้เท้าผลักเพื่อไถหรือไสให้เคลื่อนไปข้างหน้า มันถูกเก็บรักษาเอาไว้อย่างสมบูรณ์มาก




❝พิพิธภัณฑ์จักรยาน..เมืองปลาดิบ (1)❞ Reviewed by zangzaew on 10:00 Rating: 5
All Rights Reserved by Bikegazine.com © 2014 - 2015
Powered By Blogger, Designed by Sweetheme

ฟอร์มรายชื่อติดต่อ

ชื่อ

อีเมล *

ข้อความ *

ขับเคลื่อนโดย Blogger.