❝วินสิตา..กระเป๋าจักรยานสายพันธ์ุไทย❞

คุณอายิ่งศักดิ์ สิงหเสนี ในวันสบายๆ ที่โชว์รูมของบริษัทวินสิตา บรรดานักปั่นที่เข้าสู่วงการ...


คุณอายิ่งศักดิ์ สิงหเสนี
ในวันสบายๆ
ที่โชว์รูมของบริษัทวินสิตา

บรรดานักปั่นที่เข้าสู่วงการปั่นจักรยานนับตั้งแต่การถีบบันไดครั้งแรก ย่อมคุ้นเคยกับชื่อ "วินสิตา" เพราะเป็นยี่ห้อสินค้าจำพวกกระเป๋าสำหรับติดตั้งกับจักรยานหลากหลายชนิด และเป็นผลิตภัณฑ์แบรนด์ไทยหนึ่งเดียว ที่มุ่งมั่นผลิตกระเป๋าสำหรับจักรยานโดยเฉพาะตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 จนเป็นที่นิยมไปทั่ว กระทั่งได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณอา.."ยิ่งศักดิ์ สิงหเสนี" กรรมการผู้จัดการของบริษัท วินสิตา จำกัด จึงได้ขอนุญาตนำเรื่องราวจากบทสัมภาษณ์ที่น่าสนใจมาฝากชาวจักรยานกัน



- จุดเริ่มต้นของการเป็นผู้ผลิตกระเป๋าจักรยาน?
หลังจากเรียนจบใหม่ๆ ก็ไปเริ่มงานที่บริษัทจำหน่ายยางจักรยาน ทำอยู่ประมาณ 5 ปี ก็ออกมาทำธุรกิจของตัวเองเกี่ยวกับการจำหน่ายยาง โดยอาศัยลูกค้าเก่าๆ ที่ยังติดต่อกันอยู่ แต่เป็นลักษณะซื้อมาขายไป นอกจากนี้มีพวกอะไหล่ต่างๆ โดยส่งออกไปทางยุโรปแหล่งเดียว เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 ต่อมาธุรกิจเริ่มมีปัญหาบ้างจนเลิกไปในที่สุด หลังจากนั้นคิดไปคิดมาก็มาลงที่ธุรกิจกระเป๋า เป็นกระเป๋าจักรยานนี่แหละ
หลายคนเขาก็แปลกใจนะครับ ว่าทั้งบริษัทนี่ทำกระเป๋าสำหรับจักรยานจำหน่ายเพียงอย่างเดียว แล้วก็ขายได้เสียด้วย ขายมาจนถึงเดี๋ยวนี้ 20 ปีแล้ว เมื่อก่อนคนส่วนใหญ่จะนึกไม่ออกหากบอกว่าทำกระเป๋าจักรยาน จนต้องบอกว่าเป็นกระเป๋าไปรษณีย์ เขาจึงจะร้องอ๋อ เพราะสมัยก่อนไปรษณีย์เขาใช้จักรยานกัน
ช่วงที่เริ่มใหม่ๆ ต้องไปหาคนเย็บกระเป๋า เอาแบบให้เขาดูว่าต้องการลักษณะกระเป๋าอย่างไร แล้วให้เขาเย็บขึ้นมา แต่ไม่ค่อยได้ผล เอาใหม่..ไปจ้างกลุ่มแม่บ้าน โดยร่วมมือกับกรมส่งเสริมการส่งออก อาศัยกลุ่มแม่บ้านไปทั่วทั้งอิสาน เหนือ ใต้ แต่ปัจจุบันเหลือเพียงที่มุกดาหารและระนองเท่านั้น
- หมายความว่าตอนนี้ผลิตเองแล้ว?
เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว มาเปิดโรงงานเอง หาคนมาสอน ครั้งนี้เริ่มจากศูนย์เลย ไม่มีคนในโรงงานเลย จ้างคนที่มีประสบการณ์มาสอน ใช้เวลาอยู่หนึ่งปี แล้วเราค่อยๆ พัฒนามาเรื่อยๆ จนถึงทุกวันนี้ และส่งออกไปจำหน่ายที่ตลาดยุโรปเป็นหลัก
ตลาดจักรยานที่ยุโรปมันใหญ่มาก เรียกได้ว่าเป็นอุตสาหกรรมชนิดหนึ่ง เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมรถยนต์เลยทีเดียว โดยเฉพาะที่เยอรมัน ถึงกับมีสถาบันการศึกษาที่สอนเกี่ยวกับวิชาจักรยานโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการประกอบจักรยาน การบริหารร้านจักรยาน การซ่อมจักรยานไฟฟ้า ซึ่งต้องนี้กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก
- มีปัญหาว่าเป็นแบรนด์ของไทยไหม?
อันที่จริงแล้วผมไม่ได้ทำเป็นแบรนด์เลย เพราะลูกค้ายังไม่ยอมรับ และอำนาจการต่อรองของเราแทบไม่มี แต่ทำเป็นลักษณะ OEM ซึ่งเป็นการผลิตแล้วลูกค้าจะนำไปติดเป็นแบรนด์ของตัวเอง เป็นแบรนด์เล็กๆ ไม่ถึงกับเป็นแบรนด์ดังระดับโลก แต่ลูกค้าของเราส่วนใหญ่เป็นผู้นำเข้ารายใหญ่ แล้วกระจายไปตามร้านค้าย่อยอีกที มีลูกค้าอยู่ประมาณ 30 - 40 ราย ตอนนี้ได้ขยายไปเปิดตลาดในอเมริกาเพิ่มขึ้น รวมถึงเพื่อนๆ ที่นำไปจำหน่ายผ่านทาง ebay อีกด้วย ในชื่อของ Vincita USA
- ความหมายของ Vincita คืออะไร?
คำว่า Vincita เป็นภาษอิตาลี มีความหมายว่า ชัยชนะ ครั้นจะไปตั้งชื่อว่า Victory ก็ดูเชยๆ ไม่ค่อยเหมาะ พอลองค้นหาดูจึงไปพบคำนี้เข้า ซึ่งจริงๆแล้วจะต้องออกเสียงว่า วินชิต้า ปรากฎว่าตอนที่ไปจดทะเบียนชื่อ มีปัญหาว่าคำเดิม Vincita นั้น ตัวอักษร ci ไม่สามารถออกเสียงได้ตามหลักภาษา จึงไปลงที่คำว่า วินสิตา แต่ฝรั่งเขาจะเรียกว่า วินชิตา ซึ่งออกเป็นเสียงไทยๆ ได้เช่นเดียวกัน
- ชนิดของกระเป๋าที่ผลิตส่วนใหญ่เป็นแบบไหน?
เราผลิตกระเป๋าหลากหลายมาก มีทั้งใบเล็กใบน้อยไปจนถึงใส่จักรยานได้ทั้งคัน ส่วนใหญ่แล้วที่ยุโรปจะเป็นพวกกระเป๋าติดตะแกรงหลัง ไม่ใช่พวกทัวริ่ง แต่เป็นการใช้งานทั่วไป เช่นไปโรงเรียน หรือไปทำงาน แต่ในบ้านเราจะเป็นประเป๋าใต้อานเสียมากกว่า
สำหรับกระเป๋าใหญ่จะมีผลิตออกมาสองแบบ คือ แบบใส่จักรยานธรรมดา จะใหญ่หน่อยสามารถใส่ได้ทั้งคัน เช่นเสือหมอบนี่เพียงถอดล้อก็ใส่ได้ อีกแบบจะเป็นลักษณะกึ่งแข็ง ภายในมีกล่องพลาสติกสามารถนำมาใช้ได้หลายๆ ครั้ง แตกต่างจากของอเมริกาที่เขาใช้กล่องลูกฟูก หรือไม่ก็พวกฟิวเจอร์บอร์ดพับมาเป็นกล่อง และใช้สายยางรัด แต่ของเรามีกระเป๋าใส่ข้างนอกด้วย เรื่องความแข็งแรงทนทานจึงผิดกันมาก ตอนหลังเราได้ออกแบบเพิ่มล้อลากเข้าไปด้วย..ที่ยุโรปได้รับความนิยมมาก
เรื่องการออกแบบนั้น ใช้วิธีค่อยๆ ปรับปรุงไปเรื่อยๆ อย่างเช่นกระเป๋าใส่กล้องติดจักรยาน เราดัดแปลงมาจากกระเป๋ากล้องวิดีโอ โดยการเพิ่มที่ใส่ขวดน้ำเข้าไป ขยายตรงนี้ออกมาหน่อย ตรงนั้นเพิ่มเข้าไปอีกนิด เพื่อให้เหมาะสมกันลักษณะการใช้งาน เมื่อได้แบบออกมา เรานำไปเสนอลูกค้าที่ยุโรป และปรับปรุงอีกนิดตามคำแนะนำ ตอนนี้มีเป็นร้อยๆ แบบเลยครับ
- อุปกรณ์บางอย่างต้องนำเข้าหรือไม่ มีปัญหาอะไรไหม?
ส่วนใหญ่เราผลิตในประเทศ จะมีบ้างก็พวกอุปกรณ์ที่จับยึด เช่น ตัวจับยึดของคลิปสัน แอนด์ คราว เพราะของเขานั้นมีคุณภาพสูงมาก จับยึดได้เป็นอย่างดีกับแฮนด์จักรยาน เขาออกแบบและจดสิทธิบัตรเอาไว้ นำเข้ามาประกอบกับกระเป๋าของเรา และผลิตออกมาจำหน่าย ราคาเฉลี่ยของเราจึงไม่แพง ส่วนรุ่นอื่นๆ เราก็สั่งผลิตในเมืองไทย เพื่อนำมาประกอบกับกระเป๋ารุ่นต่างๆ

ตัวจับยึดกับแฮนด์จักรยาน มาตรฐานเยอรมันที่แข็งแรงอย่างมาก โอกาสต่อไปจะนำมาเล่าให้อ่าน..
ในบ้านเราการผลิตอะไหล่ หรืออุปกรณ์เกี่ยวกับจักรยาน ค่อนข้างน้อยมาก เพราะอุตสาหกรรมจักรยานไม่รองรับ ลองนึกย้อนกลับไปดูว่าเมื่อสี่สิบกว่าปีที่แล้ว จักรยานคันละพันกว่าสองพัน ปัจจุบันนี้ก็ยังราคาพันสองพัน นี่หมายถึงจักรยานใช้งานทั่วไปแบบถูกๆ นะ ไม่ใช่พวกนำเข้า มันจึงไม่มีแรงกระตุ้นให้เกิดการผลิต ตอนที่เข้ามาทำธุรกิจเกี่ยวกับจักรยานใหม่ บ้านเรากับไต้หวันนี่พอๆ กัน คงจำได้ยี่ห้อ "เฟสสัน" เขาดังมาก ไต้หวันยังต้องง้อ ปัจจุบันเงียบไปแล้ว ตอนนี้มี LA เข้ามาแทนที่
การส่งออกก็มีปัญหา เช่นที่ยุโรปมีช่วงหนึ่ง ใช้มาตรการกำแพงภาษี คือเขาเห็นว่าของเราราคาถูกเกินไป จึงเพิ่มภาษีเป็น 20 - 30% เราก็ตายเลย สินค้าจากจีนโดนหนักกว่า โดนไปเกือบ 50% นี่หมายถึงพวกจักรยานที่เป็นคันเลยนะครับ
โชคดีที่สินค้าของเราได้รับสิทธิพิเศษ จึงไม่เกิดปัญหาอย่างที่ว่า นอกจากยุโรปซึ่งเป็นตลาดใหญ่ เรายังมีส่งออกไปที่เกาหลี ไต้หวัน ญี่ปุ่น อิสราเอล
- จะมีแผนทำแบรนด์ของเราเอง เพื่อตลาดในแถบอาเซียนบ้างไหม?
เราคิดไว้ว่าจะโปรโมทแบรนด์ของเราเองในอาเชียน ใกล้ๆ อย่างเช่น มาเลเซีย สิงคโปร อินโดนีเซีย เพราะแถบนี้กระเป๋าจักรยานไม่ค่อยมีแบรนด์ ส่วนใหญ่จะมีพวก ท้อปพีค นิดๆ หน่อยๆ หรือไม่ก็ ออนลีฟ ซึ่งแพงไปคนละเรื่องเลย ขณะที่สินค้าของเราคุณภาพใกล้เคียงกับเขามาก และตัวจับใช้ยี่ห้อเดียวกันด้วย ที่ของเขาแพงเพราะว่าต้องนำเข้านี่หละ เมื่อตัวเลือกมีไม่มาก ผู้นำเข้าก็ไม่กล้าเก็บไว้เยอะ เพราะทุนจะจม
- ฐานะที่อยู่ในแวดวงจักรยาน เห็นการพัฒนาเป็นอย่างไร มีโอกาสที่จักรยานจะเป็นวาระแห่งชาติได้ไหม?
ผมว่าเป็นไปได้นะ เพราะตอนนี้มันเกิดขึ้นทั่วโลกแล้ว โลกเราเริ่มมีปัญหาเรื่องพลังงาน การลดใช้พลังงาน แล้วเขาก็จะเริ่มเน้นเรื่องผังเมือง เขาจะกำหนดเรื่องถนนให้มีเส้นทางจักรยาน ส่งเสริมในเรื่องการใช้จักรยานให้มากขึ้น
วงการจักรยานมันพัฒนาขึ้นมาเยอะ เมื่อสมัยสามสิบปีก่อนนี่ มันไม่มีอะไรเลย ส่วนใหญ่เป็นพวกจักรยานแม่บ้าน แล้วก็มี BMX บูมไปพักนึง ไม่กี่ปี ต่อมาก็เมาเท่นไบค์ ถามๆ กันว่า หมดเมาเท่นไบด์แล้วจะมีอะไรต่อ หลายคนว่าไม่เห็นมีอะไรแปลกเลย แต่ก็ยังมี CITY BIKE ตามมา แล้วคิดว่าคงไม่มีอะไรอีกแล้ว มันไม่ใช่อย่างนั้น
อย่างที่คุยกันเมื่อกี้ว่า ที่ไต้หวันเนี่ยจักรยานถือว่าเป็นอุตสหกรรมหลักของประเทศเลยนะครับ เขาจะมีการสร้าง เอทีม คือคัดเลือกเอาสุดยอดของไต้หวันมารวมหัวกัน แล้วก็กำหนดนโยบายว่าจะทำอะไรอย่างไร จะทำอะไรใหม่ๆ กัน คือรวมผู้ประกอบการจักรยานทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ล้อ เบรค ตัวถัง ตะเกียบ อะไหล่จักรยาน จึงมีการประดิษฐ์คิดค้นของใหม่ๆ ออกมาเรื่อยๆ สมัยก่อนมันจะออกมาไม่เยอะขนาดนี้
ประมาณ 20 ปีที่แล้ว "ดาฮอน" บอกเลิกล่ะ ไม่ผลิตจักรยานล่ะ จะผลิตรถพับอย่างเดียว คนหัวเราะกันใหญ่ พูดกัน โอ้ย..จะเป็นไปได้อย่างไง รถพับ ใครจะไปใช้ ตอนนี้ดาฮอนกลายเป็นระดับโลกไปแล้ว หรืออย่าง บอมตั้น ของอังกฤษ ดูสิเดี๋ยวนี้บูมมาก ผมว่าโอกาสมันมีเยอะนะ มันเอื้ออำนวย คือเหมือนกับมันมีของเล่นเพิ่มขึ้นมา คนเล่นเยอะ คนมีเงินเยอะขึ้นด้วย จักรยานหมื่นสองหมื่นนี่จิ๊บจ้อยมาก คือไม่ต้องจักรยานหรอก เอาแค่อะไหล่แต่ละชิ้น อย่างแฮนด์อันเดียวสามพัน แต่เมื่อก่อนจักรยานคันเดียวพันสองพันสามพัน!
ผมว่าเป็นไปได้ที่บ้านเราจะมีการขี่จักรยานมากขึ้น และดูว่ารัฐบาลก็มีแนวโน้มที่จะผลักดันเรื่องนี้ขึ้นมา แต่ว่าต้องไม่ลืมว่า บ้านเราลงนามฟรีเทรด ( การค้าเสรี ) กับจีนแล้วนะ ในขณะที่ของเราต้องทำทีละชิ้นๆ แต่ของคนอื่นนี่มาถึงเปิดตู้คอนเทรนเนอร์ลงมาเลยนะ เราเสียเปรียบมาก
ผมอาจจะได้เปรียบตรงที่ในบ้านเราชื่อวินสิตาเป็นที่รู้จักมากแล้ว คนใช้กันมากและมั่นใจในคุณภาพ
- ฝากอะไรถึงชาวจักรยานหน่อยนะครับ?
ผมอยากให้ใช้จักรยานกันเยอะขึ้น ตัวผมเองเมื่อก่อนไม่ค่อยได้ขี่นะ แต่เดี๋ยวนี้เริ่มๆ ขี่ในหมู่บ้าน 3 - 4 กิโล มันก็รู้สึกดี แล้วที่ได้ยินจากเพื่อนๆ ชาวจักรยานก็คือเรื่องประหยัดเงิน เห็นบนเวบเขาโพสต์กันเยอะ บางคนขี่ไปทำงาน เรื่องประหยัดเวลาข้อนี้หลายเสียงมาก ยิ่งสามารถเอาขึ้นรถไฟฟ้าได้นี่เห็นเขาบอกว่ามันประหยัดเวลามากๆ เลย
แล้วก็อยากให้รัฐบาลช่วยส่งเสริมเรื่องถนนหนทางสักหน่อย ส่วนอุตสาหกรรมในเมืองไทยผมว่าโตยาก โอกาสมันเลยไปเสียแล้ว
ขอขอบคุณยิ่งศักดิ์ สิงหเสนี และบริษัท วินสิตา จำกัด ที่กรุณาเอื้อเฟื้อเวลาในการให้สัมภาษณ์พูดคุยในครั้งนี้
ติดต่อ
บริษัท วินสิตา จำกัด
โทร. 02-729-6265, 02-372-0074
email: vincita@vincita.co.th
web: www.vincita.co.th

Share |
ปฏิกิริยา: 

Related

อุปกรณ์ 6753375422976393419

Editor's Note

สวัสดีครับ.. ผู้รักจักรยานทุกท่าน
ขออนุญาตปรับหน้าตาของ Bikegazine.com เสียใหม่ เพื่อสามารถที่จะนำเสนอเนื้อหาต่างๆ เกี่ยวกับสิ่งที่น่าสนใจของ "จักรยาน" ได้อย่างหลากหลายยิ่งขึ้น โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะสามารถสร้างสาระอันเป็นประโยชน์ต่อผู้ติดตามทุกท่านได้ไม่มากก็น้อย
อย่างไรก็ตาม.. หากคุณเป็นอีกคนที่สนใจเผยแพร่สาระข่าวสารเกี่ยวกับจักรยานและอื่นๆ สามารถส่งข้อมูลดังกล่าวนั้นมายังเราได้ที่ www.facebook.com/bikegazine หรือตามแบบฟอร์ม Contact ที่ด้านล่างของเวบไซต์นี้
ขอบคุณมากครับ

Popular

Interesting

item