Top Ad unit 728 × 90

Update

recent

สองล้อท่องอัมพวา

       นัดเจอกับน้องส้มพร้อมคุณพ่อคุณแม่ที่มาส่ง ณ โลตัสพระราม 2 โอโห.. หลานตัวน้อยตื่นเต้นกว่าเราเสียอีก เพราะมาถึงก่อนเป็นชั่วโมง และยังไปลงทะเบียนรับข้าวเหนียวมาหม่ำเสียเรียบร้อย ก่อนที่คุณอาคู่ปั่นอย่างเราจะเดินทางมาถึงเสียอีก
มาถึงโลตัสได้พบเห็นความอบอุ่นของชาวนักปั่น เป็นที่คุ้นตาอีกเช่นเคย ชาวคณะจัดงาน ดูจะเหน็ดเหนื่อยจ้าละหวั่นกับการรอรับการลงทะเบียนจากสมาชิก ที่รอคิวกัน ดูแล้ววุ่นวายเป็นที่คึกคักดีไม่น้อย
       อาหลานได้ถุงยังชีพ เอ๊ย.. ถุงอุปกรณ์ที่มี เสื้อทริป น้ำดื่มเกลือแร่ โลชั่น คูปองอาหาร จึงจัดแจงสวมเครื่องแบบกันให้เรียบร้อย ยืนหม่ำข้าวเหนียวรอเวลาเปิดงาน ( ความจริงทริปนี้จะปั่นกัน 3 คน แต่เสียดายที่ อาตุ๊กแกของน้องส้ม และเป็นผบทบ. ของเราซึ่งได้ลงทะเบียนไว้แต่เนิ่นๆ อีกทั้งยังซ้อมระยะทางเกือบทุกเช้า วันละ 15 กม. เกิดป่วยกระทันหัน และเพิ่งพักฟื้น.. จึงขอทำหน้าที่ขับรถตามไปแทน เพราะเกรงว่าจะเดี้ยงระหว่างทาง )


หนู "ส้ม" วัย 9 ขวบที่ร่วมปั่นไปด้วยกัน..
จากสองล้อท่องอัมพวา
พอสิ้นเสียงสัญญานเริ่มสตาร์ทหลังจากพิธีเปิด ขบวนนักปั่นค่อยๆ เคลื่อนไปตามถนนด้านหน้าห้าง สองเราแทรกตัวไปกับล้อเล็กๆ 20" ยี่ห้อ Coppi คันน้อย นำนักปั่นตัวเล็กๆ เกาะกลุ่มไปด้วยตามเส้นทาง
เมื่อเริ่มๆ ห่างออกจากเขตเมืองไประยะหนึ่ง กลุ่มใหญ่ค่อยๆ ห่างสายตาออกไปเรื่อยๆ แต่สองอาหลานยังคงสปีดแบบไม่ย่อท้อ ปั่นไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็ฟรีเท้าไว้ ให้ไหลไปตามแรงเฉื่อย แวะพักดื่มน้ำบ้างเป็นครั้งคราว
น้าๆ นักปั่นทั้งหลาย แวะมาให้กำลังใจนักปั่นน้อยเป็นระยะๆ รวมถึงรถบริการของเจ้าหน้าที่คอยดักสังเกตเป็นระยะเช่นกัน กะว่าถ้าน้องปั่นไม่ไหว จะได้ยกขึ้นรถได้ทันที แต่เหมือนว่า ตลอดเส้นทาง น้องส้มดูจะไม่แสดงอาการเหนื่อยให้เห็น สปีดไม่ต่ำไปกว่า 20 เลย พอเราให้สัญญาณ.. ว่าเริ่มช้าแล้ว ก็โยกตัวยืนปั่นเร่งสปีดแซงเป็นระยะ ไอ้เรารึก็เกรงจะเหนื่อย ค่อยช่วยดันหลังให้ เสียงน้อยๆ จะเข้มขึ้นมาทันทีว่า "ไม่เป็นไรค่ะ" และเร่งสปีดขึ้นไปอีก
ขอบคุณพี่ๆ ที่นำเครื่องมือมาช่วยปรับความสูงของเบาะให้น้องส้ม เพราะปั่นแล้วช่วงขาน้องจะงอๆ อยู่ แต่รถรุ่นนี้ก็เล็กเกินไปจริง ปรับเบาะสูงสุดแกนหลักอานแล้ว ก็ยังต้องงอขาอยู่ดี มีผู้ใจดีแนะว่าต้องเปลี่ยนรถนะ เพราะคันนี้ไม่เหมาะกับทางไกล โดยเฉพาะกับตัวน้องเขา บางท่านแซวเล่นๆ ว่า พาหลานมาทรมานรึเปล่านี่.. งานนี้บอกได้ประโยคเดียวเลยว่า.. จบทริปนี้จะเป็นการพิสูจน์ละว่า น้องส้มมาทรมานกับเรา หรือว่าน้องส้มจะค้นพบตัวตนว่า"เหมาะกับการปั่นจักรยานหรือไม่!" เหมือนอย่างที่เรา "พบแล้ว" ( แต่ช้ากว่าหลาน... หลายปีมาก )
ระหว่างทางพบ "น้าเป็ด" แวะมาทักทายให้กำลังใจ บอกว่าเห็นอยู่นานแล้ว กำลังหาจังหวะทักทายอยู่ พอเจอช่วงเหมาะเจาะก็มาร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ต้องขอบคุณน้าเป็ดมากๆ ครับ เราสองคนอาหลานจึงได้หยุดพักดื่มน้ำอีกระยะ และรับลูกอมจากทีมงานมาตุนไว้อีกด้วย
เกือบถึงทางแยกเข้าเมือง พวกพี่ๆ โบกให้จอดก่อนจะสอบถามกันว่า จะเข้าเส้นทางลัดที่ตัดใหม่หรือเปล่า กลุ่มของเราประมาณ 10 กว่าคนเห็นพ้องต้องกัน จึงเตรียมตัวข้ามถนน เพื่อปั่นเข้าเส้นทางลัด โอโห.. จุดนี้ต้องบอกว่า น่ากลัวไม่น้อย เพราะเป็นถนนใหญ่ ไม่มีสัญญาณไฟ เพราะไม่ใช่ทางแยกหลัก ถนนก็กว้างมาก แถมยังมีหลานมาด้วย จึงต้องอาศัยการรอคอยให้รถว่างทิ้งระยะห่างจริงๆ จึงค่อยข้ามไปพร้อมๆ กับพี่ๆ อีกหลายคน ที่คอยช่วยให้สัญญาณ จึงรีบๆ เข็นรถข้ามไปอีกฝั่ง เพื่อปั่นเข้าเส้นทางลัดที่ว่า
แต่เส้นทางลัดนี้ นับได้ว่าถนนใหม่เอี่ยมมาก ลาดยางอย่างดี เส้นถนนชัดเจน รถไม่มาก บรรยากาศสองข้างทางเงียบสงบ ระหว่างทางสองนักปั่นด้านหน้า พบเหตุการณ์น่าระทึกใจ เมื่อสุนัขตัวใหญ่เกิดอาการตกใจ ( ทั้งสุนัขทั้งคนปั่น ) ทำเอารถเกือบเสียหลัก แต่ดีที่ไม่ล้ม ขณะที่สุนัขกลับล้มลงไปนอนนิ่งไม่ไหวติง ทั้งๆ ที่ไม่ได้ถูกชน.. พอจอดลงไปดู พบว่า.. "มันตกใจขาอ่อนจนลุกไม่ขึ้น!! ^o^"
ปั่นจนมาถึงที่วัดภูมรินทร์ในที่สุด เวลาประมาณเที่ยงครึ่งกว่าเข้าไปแล้ว.. หิวกันทั้งสองคน จอดรถเอาคูปองที่ได้ ไปหาของใส่ท้องกันละคราวนี้.. ขณะที่กำลังบรรจุอาหารลงกระเพาะกันเพลินๆ เสียงเป่าหวีดของชาวคณะปั่นไปชมสถานที่ต่างๆ ก็ดังขึ้น และดูเหมือนว่า พวกเราคงจะไม่ทันเสียแล้ว ครั้นจะเร่งกินก็เกรงว่าจะทำให้จุกเสียก่อน จึงตกลงว่า.. กินไปเรื่อยๆ ไม่ต้องรีบ อิ่มแล้วเราไปเข้าที่พัก เพื่อล้างหน้าล้างตาให้สบายๆ ก่อนน่าจะดีกว่า..
เย็นนั้น.. พอพักสบายตัวแล้ว ปั่นออกจากที่พักมาฝากรถไว้ที่ท่าน้ำวัดภูมรินทร์ คราวนี้มีอาแซงแซว อาตุ๊กแก และน้องส้ม ขึ้นเรือข้ามฝากไปหาของกินอร่อยๆ ที่ตลาดน้ำยามเย็นอัมพวากัน...
ถึงท่าน้ำฝั่งตรงข้าม.. อะโห.. ทำไมคนเยอะแยะอย่างนี้เนี่ย เป็นตลาดน้ำที่มีร้านค้ามากมาย หน้าตาหน้าชิมทั้งนั้น ทั้งของอร่อยแบบไทยๆ ของประดิษฐ์ งานฝีมือ ฯลฯ เดินจนเพลินเลือกกันไม่ถูกเอาเลย
ค่ำคืนนั้น จึงนอนหลับด้วยความอ่อนเพลีย โดยไม่ทราบเลยว่า บรรดาสมาชิกอีกกลุ่มใหญ่ ได้ไปซ่อมจักรยานอีกที่หนึ่ง ( คงเป็นเพราะตอนหม่ำเมื่อช่วงเที่ยง และไม่ได้ไปเข้ากลุ่มเพื่อรับทราบรายละเอียด ) เพราะใจจริงเราอยากจะไปเยี่ยมชม กิจกรรมในส่วนนี้ด้วย อยากไปเก็บภาพบรรยากาศมาไว้ โดยเฉพาะความสุขที่ได้มีส่วนร่วมทำบุญแบ่งปั่นให้กับน้องๆ ได้มีโอกาสทำให้จักรยานที่มีความสมบูรณ์ในการใช้งาน แต่ถือว่าได้ร่วมบริจาคสมทบไปด้วยก่อนหน้านั้นแล้ว คงจะเป็นกำลังได้ส่วนหนึ่งนะครับ
เช้าวันรุ่นขึ้น ชมพระอาทิตย์ขึ้นหน้าบ้านสิริกาญจน์ทางด้านวัดภูมรินทร์.. สวยงามจริงๆ อีกทั้งยังได้มีโอกาสใส่บาตรพระที่พายเรือมารับบาตรประมาณเจ็ดโมงเช้า ตรงที่พักมีข้าวต้ม โอวันติน ซาลาเปา อร่อยๆ ให้ทานจนอิ่มแปร้..
แปดโมงเช้าถึงเวลาออกเดินทาง พวกเรามารวมพลกันที่วัดอีกครั้ง ก่อนออกเดินทางด้วยกันปั่นไปตามเส้นทางบ้านสวน ถึงโฮมสเตย์มาตรฐานไทย แวะชิมขนมอร่อยๆ และการสาธิตวิธีทำขนมหวานห่อละบาท หลังจากนั้นปั่นต่อตามเส้นทางที่ร่มรื่นของบ้านสวน..
ขึ้นสะพานแต่ละครั้ง ต้องมีการปรับเกียร์ต่ำ รถน้องส้มจะมีปัญหาในเรื่อง "โซ่หลุด" เสมอ ทำให้น้องส้มยื่นยันว่าจะขอใช้เกียร์สูงเพียงอย่างเดียว จะได้ไม่ต้องให้เราไปค่อยใส่โซ่ตลอด เอ.. แบบนั้นมันไม่ถูกวิธีนี้หว่า.. แต่ด้วยการยืนกระต่ายขาเดียว ก็ต้องเลยตามเลย เราค่อยดันหลังส่งเป็นการช่วยก็แล้วกัน.. มันก็ผ่านไปได้เหมือนกันนะเนี่ย ต้องขอบคุณพี่ๆ น้าๆ หลายคน ที่คอยเป็นกลุ่มอยู่ด้วย เพื่อไม่ให้เราหลุดกลุ่มเพียงสองคน
ช่วงหนึ่งในถนนริมสวน.. ทราบว่าคุณพี่สุเกียงเกิดอุบัติเหตุพุ่งลงข้างทาง โชคดีที่มีต้นกล้วยช่วยไว้ จึงไม่เจ็บตัวมากนัก หลายคนช่วยกันปฐมพยาบาลเบื้องต้น หลังจากนั้นปั่นต่อได้
ถึงถนนใหญ่.. กลุ่มหลักๆ เริ่มทิ้งห่างด้วยเพราะความเร็วมันต่างกัน ไอ้เราก็สปีดตามไม่ได้เสียด้วย แต่ยังมีกลุ่มปั่นที่น่ารัก ซึ่งเรียกตัวเองกว่า "กลุ่ม 20" ถ้าเข้าใจไม่ผิดคงไม่ใช่อายุแน่ อิ อิ แต่เป็นระดับความเร็วในการปั่นที่อยู่ช่วงประมาณ 20 กม.ต่อชั่วโมง อะไรประมาณนั้น ซึ่งสองน้าหลานได้เข้าร่วมกลุ่มนี้ด้วย การปั่นไปเป็นกลุ่มน่ารักมาก เพราะจับคู่เป็นแถวตอนสองแถว ปั่นไปเรื่อยๆ เราอยู่กลางกลุ่ม พอน้องส้มเหมือนแรงตก เริ่มเว้นระยะห่างจากกลุ่มหน้า ก็คอยดันหลังเพิ่มความเร็วให้ทันกันเป็นระยะ โดยเฉพาะตอนขึ้นสะพานนี่... มันส์อยากบอกใครเลยเชียว ( หอบอยู่ขนาดนั้น คงไม่มีแรงบอกใครแน่ ขอเก็บเอาไว้หายใจเข้าปอดดีกว่า )
ช่วงหนึ่งที่หยุดพัก เพราะยางของสมาชิกแตกก่อนถึงแยกทางลัดเข้ากรุงเทพฯ จึงได้พักที่อู่รถของชาวบ้านริมทาง ช่วงนี้น้องส้มเราเริ่มบนว่าหิวแล้ว พลังข้าวต้มมื่อเช้าหมดเกลี้ยงไปตั้งแต่ก่อนออกถนนใหญ่เสียอีก ระหว่างทางคอยกระซิบว่า "หิวแล้วละ" เราก็บอกว่า.. "เดี๋ยวเจอปั้มข้างหน้า.. เราค่อยแวะกินกันก่อนก็แล้วกัน" ..... แต่รู้สึกว่า.. ไหง..ปั๊มข้างหน้าปั๊มแรก.. มันไกลจังหว่า ปั่นเท่าไร ชะเง้อเท่าไร ยังไม่เห็นป้ายโลโก้ปั๊มเสียที มีแต่ฝั่งตรงข้ามเป็นระยะๆ ตรงอู่ที่เราแวะพัก ก็ไม่มีอะไรขายเสียด้วยสิ.. มื้อนี้น้องส้มต้องงัด "ซูกัส" มาอมสะกัดน้ำย่อยไปพลางๆ ก่อนที่กระเพาะมันจะรู้ตัว
ปั๊มบางจาก คือโอเอซิสสำหรับเราเลยทีเดียว เพราะทั้งหิวและร้อน... แต่ผัดไทห่อใหญ่ที่ได้รับมาเมื่อเช้านั้น.. ดันฝากเอาไว้กับรถ ผบทบ. ซึ่งขับล่วงหน้าไปรอเราสองคนที่ปั้ม ปตท. ซึ่งอยู่เลยปั๊มบางจากนี้ไปอีกนะสิ.. โห.. เห็นน้าๆ นักปั่นทั้งหลาย กำลังอร่อยมื้อเที่ยงเป็นผัดไท เราจึงต้องวางแผนใหม่ บุกเข้าไปร้านสะดวกซื้อของบางจาก แล้วคว้าแซนวิสพร้อมโอวัลตินเย็นคนละแก้ว ( + ขนมของน้องส้มอีกห่อใหญ่ ) มาหม่ำกันสองคน... ขณะที่ยังไม่ทันอิ่ม.. เสียงสัญญารวมพลก็ดังขึ้น.. แต่เป็นของกลุ่มใหญ่ เพราะของเรานั้นเป็นกลุ่มเดียวกับกลุ่ม 20 ที่ว่า.. พอมีเวลากินอิ่มแบบสบายๆ ไม่ต้องจุก..
ขณะที่กำลังเก็บถุงเศษอาหาร.. สังเกตเห็นรถคันเล็กของน้องส้ม จอดตากแดดอยู่ด้านนอก "จ๊าก!"... ต้องรีบออกไปย้ายเข้ามาอยู่ในร่มอย่างรวดเร็ว เข้าใจว่าคงมีใครขยับออกไปเป็นแน่ ขืนไม่หลบร่มละก็ มีหวังก้นน้องส้มพองระหว่างปั่นแหงๆ
ระยะต่อมาปั่นกันแบบชิวๆ.. ขณะที่ข้างหน้า.. คุณพ่อกับคุณแม่น้องส้ม มาดักระหว่างทาง จะขอให้ขึ้นรถกลับไปก่อน เกรงว่าจะเหนื่อยเพราะอากาศเริ่มร้อนแล้ว แต่ดูเหมือนจะต้านทางหัวใจนักปั่นอย่างน้องส้มไม่อยู่ ขอยืนกรานปั่นไปกับเราท่าเดียว ประมาณว่า.. ถึงแม้มือคุณพอจะยึดเบาะเอาไว้ แต่น้องส้มก็ปั่นจนรถแทบจะพุ่งไปข้างหน้าต้านแรงดึงของคุณพ่อเอาไว้ไม่อยู่เชียวละ.. เมื่อเป็นเช่นนั้น และยังได้รับคำยืนยันจากกลุ่มนักปั่นว่าจะดูแลกันไปตลอดทาง... คุณพ่อก็เลยต้องยอมให้กับนักปั่นตัวน้อยของเรา..
ระหว่างทางมีพักอีกจุดหนึ่ง เพราะคิดว่าคุณน้าคนหนึ่งกำลังมีปัญหากับรถ... แต่สอบถามไปสอบถามมา คุณน้าท่านนั้น ( ขออภัยครับ ผมยังไม่คุ้นชื่อก็เลยจำไม่ได้ ) บอกว่า.. "ขอพักหน่อย ไม่ไหว ขี่ไปขี่ไป ลมโชยเย็นๆ แล้วมันชักง่วงแฮะ พาลจะหลับเอา!" ฮ้า... อย่างนี้ต้องยึดตามสโลแกนเลยว่า "ง่วงไม่ปั่น" จึงได้จอดยืดเส้นยืดสายกันเล็กน้อย ก่อนปั่นต่อ
และแล้ว.. สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อเกิดเสียงยางหมุนกระทบพื้นดัง พับ! พับ! เป็นจังหวะ ทำให้รู้โดยสัญชาติญาณว่า... ใครสักคน "ยางแตก" เสียแล้ว หันซ้ายหันขวา ก้มลงไปมอง... อ้าว! ยางหลังของเจ้าส้มหลานเราเองนี้หว่า.. "งานเข้า" ซะแล้วสิ.. โจทย์นี้หามกลับสถานเดียว เพราะยางแบบ BMX 20" ไม่มีอะไหล่ให้เปลี่ยนอย่างแน่นอน และก่อนที่เราจะเก็บเจ้ารถคนนี้ขึ้นหลังคาเพื่อนสมาชิก ( รถเก๋งสีแดง ที่คอยดูแลเราตลอดเส้นทาง ) รถเก๋งคันงามอีกคันได้เทียบเข้ามาจอด และคุณพ่อคุณแม่ของน้องส้มลงมารับพอดี.. มีเหตุให้พาตัวขึ้นรถแบบเป็นเหตุเป็นผลละคราวนี้..
น้องส้มตาแดงน้ำตาเอ่อขึ้นมาทันตาเห็น คงจะรู้สึกเสียดาย เพราะเหลืออีกเพียง 10 กม. สุดท้าย จะถึงที่หมายแล้วเชียวนา.. ล้อเจ้ากรรม.. ดั้นนนน มาแตกเสียได้ น้องส้มโผเข้ามากอดด้วยอาการสะอื้นน้ำตาคลอ ก่อนขึ้นรถด้วยใบหน้าเศร้าๆ... จึงปลอบไปว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวเราไปปิดทริปด้วยกันที่โลตัสข้างหน้านะ... เราตกลงกันตามนั้น!
จากนั้นเราเริ่มทำความเร็วกันมากขึ้น ปั่นเป็นแถวตอนเรียงสองตามเส้นทาง อย่างราบรื่น จนกระทั้งมาถึงป้ายรถเมล์ฝั่งตรงข้ามโลตัสพระราม 2 แยกย้ายกัน เรายกรถขึ้นสะพานคนข้าม เพื่อกลับไปฝั่งโลตัสตามที่ได้นัดหมาย และไปถ่ายภาพ "ปิดทริป" สองเราอา+หลานกันที่หน้าห้างโลตัส เป็นไปตามสัญญา.. พร้อมกับคำขอต่อคุณพ่อคุณแม่ว่า... น้องส้มคงต้องเปลี่ยนรถเสียแล้วละ เพราะระดับน้องส้มนี่.. ต้องเป็นรถรุ่นใหญ่ขึ้นมาหน่อย จึงจะเหมาะกว่า และน้องก็พร้อมสำหรับทักษะในการขี่จักรยานทางไกลขั้นเริ่มต้น จากการพิสูจน์เส้นทางไปกลับกว่า 130 กม. เป็นที่เรียบร้อย
ขอขอบคุณคณะผู้จัดกิจกรรมทริปนี้ ทุกๆ ฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวฯ อัมรินทร์พริ้นติ้ง ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพ คุณป๋อง, น้าเป็ด, เฮียหล่อ, คุณพี่ที่คอยช่วยประกบน้องส้มตอนปั่นกลับตลอดเส้นทาง, คุณผู้นำแถวปั่นกลุ่ม 20 และท่านอื่น ( ยังจำชื่อไม่ค่อยได้ต้องขออภัย )
และขออนุโมทนากับช่างใหญ่ใจดีทุกท่าน ที่ร่วมกันซ่อมจักรยานให้น้องๆ ในโอกาสนี้
ยินดีที่ได้รู้จักกับคุณเอกชัยผู้ชื่นชอบถ่ายภาพเหมือนกัน รวมถึงร่วมสนับสนุนความเป็นไปได้ในแนวความคิดของการก่อเกิดทริป "ชวนปั่น..ไปลั่นกล้อง" ที่ได้เคยขายฝันเอาไว้... สักวันคงจะเป็นความจริง!
ชมภาพทั้งหมดในอัลบั้ม "สองล้อท่องอัมพวา" กดที่ภาพได้เลย
สองล้อท่องอัมพวา Reviewed by zangzaew on 07:01 Rating: 5
All Rights Reserved by Bikegazine.com © 2014 - 2015
Powered By Blogger, Designed by Sweetheme

แบบฟอร์มสำหรับติดต่อ

ชื่อ

อีเมล *

ข้อความ *

ขับเคลื่อนโดย Blogger.